Responsive image

Saturday, 12 Sep 2026

Banner
LATEST NEWS

INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อขยายการให้บริการด้านประกันภัยแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยบริการรับทำประกันภัย ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย และให้คำปรึกษาด้านประกันภัย พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2569 รับของสมนาคุณสุดคุ้ม ดังนี้ - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 4,000 บาท - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 6,600 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 1,000 บาท - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ รับส่วนลดทันที 18% และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันภัยรักษ์บ้าน เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500 – 2,000 บาท และเมื่อชำระเบี้ยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท พิเศษ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ประเภทใดก็ได้ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ รับเพิ่มกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น จำนวน 1 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2 โซนธนาคาร โทร. 08 1875 0203 หรือ LINE @bkicarestation

12 Sep 2026


...

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ภายใต้การนำของ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และ   การควบคุมภายในของธุรกิจประกันภัยไทย โดยเห็นว่ากลไกดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ และ  การเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจประกันภัย   ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองรับนโยบายและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับดังกล่าว นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ จึงได้มอบหมายให้นายโสรัจจ์ แรกสกุลชัย ผู้ช่วยเลขาธิการ สายตรวจสอบ นำนโยบายดังกล่าวไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติผ่านการจัดสัมมนา “Lessons Learned & Regulatory Expectations for Achieving Governance Excellence” เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ CDC Ballroom กรุงเทพมหานคร เพื่อถ่ายทอดบทเรียนจากการกำกับดูแลและการตรวจสอบ พร้อมสื่อสารความคาดหวังของสำนักงาน คปภ. ต่อการพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของบริษัทประกันภัย ตลอดจนเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทประกันภัย โดยมีกรรมการอิสระ ผู้บริหารด้านความเสี่ยง ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้แทนสมาคมธุรกิจประกันภัย ผู้สอบบัญชี และผู้บริหารจากสำนักงาน คปภ. เข้าร่วมกว่า 400 คน นายโสรัจจ์ แรกสกุลชัย ผู้ช่วยเลขาธิการ สายตรวจสอบ ได้กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในสำนักงาน คปภ. ประกอบด้วย สายตรวจสอบ สายวิเคราะห์ธุรกิจประกันภัย และสายพัฒนามาตรฐานการกำกับ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนบทเรียนในอดีตให้เป็นพลังในการยกระดับธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของบริษัทให้พร้อมรับความท้าทายในอนาคต อันจะนำไปสู่รากฐานสำคัญของความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนของธุรกิจประกันภัยไทย เนื่องจากอดีตที่ผ่านมาบริษัทที่ประสบปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินงาน ต้นตอของปัญหามักเริ่มจากความเปราะบางเกี่ยวกับธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยงและความสามารถในการเข้าใจหรือรับมือกับความเสี่ยงที่กำลังเผชิญได้ทันท่วงที รวมถึงมีระบบการควบคุมภายในที่ไม่เพียงพอ จนลุกลามนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการ คุณภาพสินทรัพย์ สภาพคล่อง ความเพียงพอของเงินกองทุน ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงจำเป็นต้องยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพของ การกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่า ความมั่นคงของบริษัทประกันภัย ไม่ได้สะท้อนจากตัวเลขทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการกำกับดูแลที่มีดีและมีคุณภาพ พร้อมเน้นย้ำว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีไม่ได้หมายถึงการมีโครงสร้างภายในบริษัทที่ครบถ้วนตามที่กฎเกณฑ์กำหนดเท่านั้น แต่ต้องทำให้กลไกการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของบริษัทประกันภัยสามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกฝ่ายในองค์กรต้องปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทและความรับผิดชอบของตนอย่างเข้มแข็ง และสร้างประสิทธิผล    เชิงรูปธรรม เพราะเป้าหมายของการกำกับดูแลและการตรวจสอบไม่ใช่การค้นหาว่า “ใครผิด” แต่เป็นการค้นหาช่องว่างของระบบและกระบวนการ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำในอนาคต  สำหรับสาระสำคัญของการสัมมนา ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) บทเรียนจากผลการประเมินและการตรวจสอบด้านธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของบริษัทประกันภัย 2) การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงใหม่ และ 3) การยกระดับบทบาทของคณะกรรมการและผู้บริหารในการขับเคลื่อนการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (ERM) และการประเมินความเสี่ยงและฐานะเงินกองทุน (ORSA)   นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวถึงความคาดหวังว่า สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและภาคธุรกิจประกันภัยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความน่าเชื่อถือของระบบประกันภัยไทย ซึ่งจะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจต่อการประกันภัยยิ่งขึ้น และชี้ให้เห็นว่า ปัญหาทางการเงินของบริษัทประกันภัยหลายแห่งมักมีจุดเริ่มต้นจากธรรมาภิบาลที่อ่อนแอและระบบควบคุมภายในที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงคาดหวังให้คณะกรรมการบริษัท โดยเฉพาะกรรมการอิสระมีบทบาทเชิงรุกในการกำกับดูแลกิจการ กล้าตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ และใช้ข้อมูลรอบด้านประกอบการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กรและผู้เอาประกันภัย นอกจากนี้ เลขาธิการ คปภ. ยังได้เน้นย้ำถึง 3 ความเสี่ยงสำคัญที่ภาคธุรกิจประกันภัยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนที่ส่งผลต่อการบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน และความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่มีแนวโน้มรุนแรงและเกิดถี่ขึ้น โดยขอให้บริษัทประกันภัยนำปัจจัยดังกล่าวไปใช้ประกอบการทบทวนแผนธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย การกำหนดราคา การบริหารเงินสำรอง และการจัดทำประกันภัยต่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับการบริหารความเสี่ยง ERM และ ORSA ไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ แต่ต้องนำมาปฏิบัติจริงในการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งจะช่วยให้คณะกรรมการและผู้บริหารมองเห็นผลกระทบต่อฐานะการเงิน เงินกองทุน และความสามารถในการดำเนินธุรกิจในอนาคต พร้อมเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที   ท้ายที่สุดนี้ สำนักงาน คปภ. ยืนยันการดำเนินงานภายใต้แนวทางกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Supervision) และมุ่งยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของภาคธุรกิจประกันภัยไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล โดยเชื่อมั่นว่าการทำให้ระบบกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลในทางปฏิบัติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ความเชื่อมั่นของประชาชน และความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในระยะยาว  

12 Sep 2026

...

OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินของคนยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัวแบบประกันสะสมทรัพย์ “โอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ ชัวร์ 10/5” ที่ผสานการออม* การคุ้มครองชีวิต และสิทธิประโยชน์ทางภาษีไว้ในแบบประกันเดียว เพื่อช่วยให้วางแผนอนาคตทางการเงินได้อย่างมั่นใจ   คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การบริหารจัดการเงิน คือ สิ่งที่เราให้ความสำคัญ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จึงพัฒนาและออกแบบโซลูชันทางการเงินที่จะเข้ามาช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างไร้กังวล ได้ทั้งเงินออม ความคุ้มครองชีวิต และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและชัดเจนในทุกขั้นตอน “โอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ ชัวร์ 10/5” เป็นแบบประกันสะสมทรัพย์ที่ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 5 ปี และได้รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่อง 10 ปี พร้อมรับเงินคืน 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยทุกปี ตั้งแต่ปีแรก และได้รับผลประโยชน์รวมสูงสุด 550% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ควบคู่กับการวางแผนภาษี โดยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดสำหรับปีภาษี 2569 นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถสมัครแบบประกันได้อย่างสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ โดยดำเนินการได้ด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ไม่ต้องแถลงสุขภาพ และไม่ต้องตรวจสุขภาพ ช่วยให้เข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลที่ต้องการความคล่องตัวในการวางแผนการเงินและความคุ้มครองชีวิต   จุดเด่นแบบโอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ ชัวร์ 10/5 รับเงินคืนทุกปี รับเงินคืน 5% ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-9 มั่นใจด้วยเงินก้อนเพื่ออนาคต เมื่อครบกำหนดสัญญารับเงินครบกำหนดสัญญา 505% มอบความมั่นคงให้คนที่คุณรัก หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน รับความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 505% ระหว่างปีกรมธรรม์ที่ 5-10 รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 5 ปี สูงสุดปีละ 100,000 บาท สมัครง่าย ผ่านช่องทางออนไลน์ เห็นข้อมูลผลประโยชน์และความคุ้มครองชัดเจน ก่อนตัดสินใจทำได้ทันที ศึกษารายละเอียดแบบประกัน คลิก >> https://www.ocean.co.th/our-products/tax-saving/savesure105?utm_source=Newssavesure105&utm_medium=website&utm_campaign=websitesavesure105  

08 Sep 2026

...

คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับรางวัล “บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับที่ 3 ประจำปี 2568” จาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards 2026) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)     รางวัลอันทรงเกียรตินี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นในการบริหารจัดการองค์กรด้วยพลังความรักอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์สุจริต และความมั่นคงทางการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้าในการจัดการทุกความเสี่ยง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการบริการและผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีความพร้อมทั้งด้านสุขภาพ การวางแผนทางการเงิน และการคุ้มครองชีวิตที่ครอบคลุมในทุกช่วงวัย   ตลอด 77 ปี OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้พลังความรักขับเคลื่อนองค์กรโดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป ให้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503 ./

08 Sep 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ” อดีตศิลปินชื่อดังและนักธุรกิจยุคใหม่ ในฐานะพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” แบบประกันชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินระยะยาว พร้อมสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมส่งหนังโฆษณาตัวใหม่สะท้อนแนวคิดของผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนอนาคตทางการเงินอย่างรอบด้าน มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน และมุ่งสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาว ตอกย้ำถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “สำหรับพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตัวล่าสุด ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เรามองหาผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและการเงิน มีความเป็นผู้นำ และมีบทบาทในชีวิตหลากหลาย ซึ่งต้องการตัวช่วยในการวางแผนชีวิตและการเงินที่ชาญฉลาด เพื่อส่งมอบความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งคุณโอม สามารถสะท้อนบทบาทเหล่านี้ออกมาได้อย่างชัดเจน จากบทบาทศิลปินที่มีชื่อเสียง สู่ผู้บริหารที่วางแผนธุรกิจได้อย่างรอบคอบ จนนำธุรกิจก้าวสู่ความสำเร็จ ในขณะเดียวกันคุณโอม มีบทบาทเป็นคุณพ่อลูกสอง ที่ต้องวางแผนสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับครอบครัว โดยได้เริ่มวางแผนทางการเงินตั้งแต่ยังเป็นศิลปินเพราะรู้ว่าเป็นอาชีพที่มีความไม่นอน แบบประกันตัวนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการและเป้าหมายของคุณโอมจริง ๆ   คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย  “เอไอเอ มั่นใจว่าโฆษณาตัวใหม่ที่มีคุณโอมมาเป็นพรีเซนเตอร์นี้ จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าในวงกว้าง อีกทั้งจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างในการวางแผนชีวิตและการเงินให้กับคนไทยทั่วประเทศ” คุณรพีพร กล่าวทิ้งท้าย สำหรับ “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” เป็นแบบประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 9 ปี แต่สามารถรับรายได้ต่อเนื่องยาวนานถึงอายุ 99 ปี (Lifetime Income) โดยเริ่มรับผลประโยชน์ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 ประกอบด้วย เงินคืนรายงวดแบบการันตี (Guaranteed Income)[1] สูงสุด 3% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 จนถึงวันสิ้นปีกรมธรรม์ถัดจากวันที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 98 ปี เงินปันผลรายงวด (Cash Dividend)[2] ที่ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มจากเงินคืนแบบการันตี และสนับสนุนการเติบโตของมูลค่าทางการเงินในระยะยาว เพื่อช่วยรับมือกับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ แบบประกันตัวนี้ยังถูกออกแบบให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งให้คนรุ่นต่อไป ด้วยผลประโยชน์ครบกำหนดสัญญาสูงถึง 900% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมโอกาสได้รับ เงินปันผลเมื่อสัญญาสิ้นสุด (Terminal Dividend)[2] เปรียบเสมือนรางวัลแห่งการวางแผนทางการเงินระยะยาว ที่ช่วยสร้างมรดกทางการเงินและส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่คนที่รัก   สามารถติดตามหนังโฆษณา ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ ได้ทางช่องทางออนไลน์ของเอไอเอ ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube, TikTok และสื่อประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ หรือคลิกลิงก์ https://youtu.be/hkjwM4VZp1A ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/our-products/life/aia-lifetime-income หรือสามารถติดต่อตัวแทนเอไอเอทั่วประเทศ หมายเหตุ: [1] เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ [2] เงินปันผลไม่รับประกันผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ เงื่อนไขความคุ้มครองและผลประโยชน์เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วโปรดศึกษารายละเอียด ข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์

03 Sep 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการประกันชีวิตไทยบนเวทีระดับโลก ด้วยการคว้า อันดับ 1 รางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award หรือรางวัลสำหรับบริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุดในโลก ในงาน 2026 MDRT Global Conference ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย เป็นผู้แทนองค์กรขึ้นรับรางวัลบนเวที Main Platform ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเอไอเอ ประเทศไทย เนื่องจากเป็นปีแรกที่มีการมอบ MDRT Company Awards บนเวที 2026 MDRT Global Conference และเอไอเอ ประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 3 บริษัทจากทั่วโลก ที่ได้รับรางวัลบนเวที Main Platform พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า อันดับ 1 ของโลก ในรางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่สามารถรักษาความสำเร็จในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT ได้อย่างยาวนาน   คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ เอไอเอ ประเทศไทย ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย รางวัลนี้สะท้อนถึงเส้นทางของตัวแทนของเรา ทั้งการเรียนรู้ การพัฒนา และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้พวกเราก้าวต่อไป เพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างสิ่งที่มีความหมายให้กับลูกค้าและสังคม และร่วมส่งมอบคุณค่าตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น” นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ยังคงครองตำแหน่ง บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT มากที่สุดในโลก เป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 16,228 คน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตในระดับสากล สำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงสร้างผลงานโดดเด่นในระดับโลก ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 3,498 คน ครอง อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 2 ของโลก พร้อมสร้างผลงานระดับนานาชาติในอีกหลายด้าน ได้แก่ อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT สุภาพสตรีมากที่สุด อันดับ 5 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Court of the Table (COT) มากที่สุด อันดับ 10 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Top of the Table (TOT) มากที่สุด อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่สามารถรักษาจำนวนผู้พิชิต MDRT จากปี 2025 ให้สามารถพิชิต MDRT ในปี 2026 ได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด อันดับ 1 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุด หรือ The Highest Membership  Longevity Overall   ความสำเร็จทั้งหมดดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการพัฒนาศักยภาพตัวแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ สร้างที่ปรึกษาทางการเงินคุณภาพ และส่งมอบการดูแลลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพสูงสุด เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนตัวแทนในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันความสำเร็จของกลุ่มบริษัทเอไอเอบนเวทีระดับโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการให้คำปรึกษาและการดูแลลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นคง สุขภาพที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’

03 Sep 2026

...

“ประกันติดโล่” โบรกเกอร์ บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) ร่วมสนับสนุนการแข่งขัน “B-QUIK KHAO YAI MARATHON 2027” สนามวิ่งมาราธอนมาตรฐานท่ามกลางผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่ ณ Khao Yai Marathon Venue ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-10 มกราคม 2570 เพื่อให้นักวิ่งกว่า 9,000 ชีวิต ลุยเต็มที่ทุกระยะทางบนเส้นทางธรรมชาติมรดกโลก ประกันติดโล่ มอบ กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ฟรี! ให้ผู้สมัครทุกคน (รับประกันภัยโดย บมจ. กรุงเทพประกันภัย) พร้อมสแตนด์บายดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน After ซวย Service 1501 Call Center ประกันติดโล่ ที่จะคอยซัพพอร์ตและเคียงข้างหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ให้เหล่านักวิ่งก้าวข้ามความท้าทายตลอดเส้นทางโดยไม่ต้องกังวลหรือพะวงกับความเสี่ยงข้างหน้า   นายชาญฤทธิ์ สุกปลั่ง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย กล่าวว่า “การลงสนามสนับสนุน B-QUIK KHAO YAI MARATHON 2027 ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของแบรนด์ประกันติดโล่ในการส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัย แต่คือการนำความคุ้มครองเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์จริงของผู้คน เราต้องการส่งต่อความตระหนักรู้เรื่องประกันภัย ให้กลุ่มคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและการท่องเที่ยว (Sport-Tourist Lifestyle) เข้าใจถึงความสำคัญว่าประกันภัยคือหลักประกันในการใช้ชีวิตและสามารถช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ รวมทั้งตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Service Broker ที่พร้อมอยู่เคียงข้างและพึ่งพาได้จริงในทุกสถานการณ์ด้วยบริการ After ซวย Service 1501 เพื่อให้ทุกคน ‘สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม’ ตามสโลแกนของเรา”    

03 Sep 2026

ECONOMY- FINANCE / เศรษฐกิจ - การเงิน

...

ทีทีบี ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นธนาคารเพื่อช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เดินหน้าส่งเสริมวินัยทางการเงินให้ลูกค้าสินเชื่อมีพฤติกรรมการผ่อนชำระหนี้ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผ่านภารกิจ “ttb privilege ผ่อนดี...ต้องได้ดี” ชวนลูกค้าสินเชื่อชำระค่างวดตรงเวลาต่อเนื่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2569 ร่วมลุ้นรับรางวัลรวมกว่า 600 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาระทางการเงินอย่างมีวินัย พร้อมสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับคนไทย   ปัจจุบันการมีวินัยทางการเงินและการชำระหนี้ตรงเวลาถือเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ทีทีบีจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างมีระบบและยั่งยืน โดยมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันและโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ในทุกมิติมาโดยตลอด เพราะตระหนักดีว่าภายใต้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การมีวินัยทางการเงินและการชำระหนี้ตรงเวลาเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ที่ผ่านมาลูกค้าสินเชื่อที่มีพฤติกรรมทางการเงินที่ดีมักไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตอบแทน ทีทีบีในฐานะธนาคารที่ให้ความสำคัญพร้อมเคียงข้างและให้คุณค่าแก่ลูกค้าผ่อนดีที่มีวินัยทางการเงิน ด้วยการเปลี่ยนมุมมองการชำระหนี้ที่เคยเป็นเรื่องเครียดให้กลายเป็น “ภารกิจสะสมวินัย” ผ่านภารกิจ “ttb privilege ผ่อนดี…ต้องได้ดี” เพื่อสร้างแรงจูงใจและให้คนผ่อนดีมีโอกาสรับสิทธิพิเศษลุ้นรางวัลมากมาย “ttb privilege ผ่อนดี…ต้องได้ดี” คือภารกิจพิเศษที่ชวนลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ ทีทีบี ไดรฟ์, สินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว ทีทีบี ไดรฟ์, สินเชื่อบ้าน ทีทีบี, สินเชื่อบ้าน ทีทีบี รีไฟแนนซ์, สินเชื่อบ้านแลกเงิน ทีทีบี, สินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก, บัตรกดเงินสด ทีทีบี แฟลช, บัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน และสินเชื่อสวัสดิการ ทีทีบี มาร่วมพิชิตภารกิจง่าย ๆ ครอบคลุมทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ที่มีสัญญาสินเชื่อภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และผ่อนชำระค่างวดตรงเวลาตามกำหนดติดต่อกัน 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2569 โดยทุกสัญญาที่ผ่อนชำระตรงเวลาจะได้รับ 1 สิทธิ์ ซึ่งลูกค้าสามารถกดตรวจสอบความคืบหน้าภารกิจได้ทุกวันที่ 6 ของเดือนถัดไปหลังจากทำการชำระค่างวดตรงเวลา และเมื่อทำภารกิจสำเร็จครบ 3 เดือนจะสามารถกดรับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลได้ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2569 - 31 ธันวาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านแอป ttb touch ในเมนู ttb privilege คลิกที่ ภารกิจพิชิตรางวัล ทั้งนี้ ผู้ที่ทำภารกิจสำเร็จจะต้องกดรับสิทธิ์เพื่อร่วมลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษมากมาย ได้แก่ ทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท, iPad, Samsung Smart TV ขนาด 55 นิ้ว, ทองคำแผ่นน้ำหนัก 1 กรัม, e-Code ส่วนลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์, e-Code ส่วนลดน้ำมันพีที และ e-Code จาก ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมกว่า 600 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ทั้งนี้ ธนาคารจะประกาศรายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 29 มกราคม 2570 ผ่านทางเว็บไซต์ธนาคาร  ทีทีบีมุ่งสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าแบบรอบด้าน ผ่านการส่งเสริมพฤติกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ในชีวิตจริง โดยเปลี่ยนทุกการผ่อนชำระอย่างมีวินัยให้เป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า เพราะเชื่อว่าการชำระหนี้ตรงเวลาไม่ใช่เพียงการบริหารภาระทางการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสและสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามากขึ้น พร้อมเป็นก้าวสำคัญในการรักษาประวัติเครดิตที่ดี ช่วยเปิดโอกาสและลดต้นทุนทางการเงินในอนาคตได้อย่างยั่งยืน มาร่วมพิชิตภารกิจกับแคมเปญ “ttb privilege ผ่อนดี…ต้องได้ดี” รายละเอียดเพิ่มเติมศึกษาได้ที่ https://www.ttbbank.com/link/ttbprivilege/pondee-mission/pr หรือผ่านแอป ttb touch ในเมนู ttb privilege  

12 Sep 2026


...

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ร่วมกับ MUFG จัดงาน “Krungsri-MUFG Business Matching Fair 2026” ครั้งที่ 13 เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจไทยและญี่ปุ่น และสนับสนุนความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน พร้อมต่อยอดมิติใหม่ของการสร้างธุรกิจในปีนี้ ด้วยการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นได้เข้าถึงผู้บริโภคไทยโดยตรง ผ่านการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ NIPPON HAKU BANGKOK 2026 มหกรรมญี่ปุ่นที่รวบรวมสินค้า บริการ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์จากญี่ปุ่นไว้อย่างครบครัน สร้างโอกาสในการสร้างการทดลองตลาด และวางรากฐานสู่การเติบโตในตลาดไทยอย่างยั่งยืน นายโคเฮอิ โอโมริ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมุ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยผสานความเชี่ยวชาญในตลาดไทยเข้ากับความแข็งแกร่งของเครือข่าย MUFG ที่ครอบคลุมทั่วโลก เพื่อขยายโอกาสการค้า การลงทุน และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษนับตั้งแต่การจัดงาน Business Matching ร่วมกับ MUFG ครั้งแรกในปี 2556 กรุงศรีได้ช่วยเชื่อมโยงและจับคู่ธุรกิจแล้วกว่า 3,000 คู่ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและศักยภาพของเครือข่ายธุรกิจไทย–ญี่ปุ่น และศักยภาพของความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ” “ในปีนี้ เราต้องการยกระดับคุณค่าของ Business Matching ให้ไปไกลกว่าการสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านการพบปะเจรจา โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่เข้าร่วมกิจกรรม Business Matching ได้เข้าร่วมงาน NIPPON HAKU BANGKOK 2026 เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการแก่ผู้บริโภคไทย พร้อมเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของตลาด รวมถึงทดสอบการตอบรับต่อสินค้าและบริการ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการได้รับทั้งโอกาสในการขยายเครือข่ายธุรกิจและข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปต่อยอดการขยายธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายโอโมริกล่าว สำหรับกิจกรรม Krungsri-MUFG Business Matching Fair 2026 ในปีนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ประกอบด้วยบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นราว 42 บริษัท จากประเทศไทย 18 บริษัท ครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในตลาดไทย อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหาร ความงาม สุขภาพและการแพทย์ เสื้อผ้าและแฟชั่น สินค้าทั่วไป และธุรกิจท่องเที่ยว ได้แก่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า เอาต์เล็ต สายการบิน และหน่วยงานท้องถิ่น และได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและบริการต่างๆ ภายในงาน NIPPON HAKU BANGKOK 2026 มหกรรมที่รวมความเป็นญี่ปุ่นครบทุกมิติในงานเดียว จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ด้วยความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างกรุงศรีและ MUFG การจัดงาน Krungsri-MUFG Business Matching Fair 2026 ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย สะท้อนถึงความสนใจของผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่มีต่อตลาดไทย และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตร่วมกันระหว่างไทยและญี่ปุ่น  

12 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ซึ่งธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยคงเหลือเพียง 3.50% ต่อปี แก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 - 2558 ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ และลูกหนี้กลุ่มที่ประสบปัญหาในการผ่อนชำระ จำนวนรวมกันกว่า 280,000 บัญชี โดยหลังจากที่ธนาคารประกาศเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยดังกล่าว ด้วยระยะเวลาเพียง 11 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 บัญชี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้ครูที่ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์จากธนาคารแล้ว สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา ทั้งนี้ ลูกหนี้ครู ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จะรับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 โดยยังคงชำระค่างวดในจำนวนเท่าเดิม ส่งผลให้เงินงวดสามารถนำไปตัดชำระเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยให้ยอดหนี้ลดลงและมีโอกาสปิดจบภาระหนี้ได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งจากเสียงสะท้อนของครูที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การลดภาระดอกเบี้ยช่วยให้มองเห็นเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง ที่สำคัญโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการยกหนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเร่งชำระเงินต้นและปลดภาระหนี้ด้วยกำลังของตนเอง ขณะที่ยังช่วยประคับประคองไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน และเมื่อภาระหนี้หมดลง รายได้ที่เคยต้องนำไปชำระหนี้ก็สามารถกลับมาใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯ  นอกจากกลุ่มที่มีสถานะการชำระหนี้ปกติแล้ว ลูกหนี้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. - ช.พ.ส. สามารถกลับเข้าเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน สกสค. และลงทะเบียนกับธนาคารได้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ส่วนลูกหนี้ที่จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อดำเนินการให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 และรับสิทธิ์ตามโครงการฯ ได้เช่นกัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ธนาคารออมสิน พร้อมเดินเคียงข้างครูตลอดเส้นทางการแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และมีโอกาสก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น ตามบทบาท “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

09 Sep 2026

...

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายฐิติเดช ศรีมารยาท ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจสินเชื่อ นำทีม “ชาวเงินติดล้อ” คว้ารางวัล Best Financial Inclusion Initiative in Thailand สาขา Retail Finance Product Awards จากเวที The Asian Banker Thailand Awards 2026 ซึ่งเป็นความสำเร็จในการพัฒนาช่องทาง “การเข้าถึงวงเงินสินเชื่อแบบไร้รอยต่อ” (Omnichannel Disbursement) โดยเปลี่ยนวงเงินสินเชื่อทะเบียนรถซึ่งได้รับอนุมัติแล้วให้เป็นสภาพคล่องที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริงในเวลาที่ต้องการ ผ่านช่องทางที่เชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นการบริการที่สาขา บัตรติดล้อสำหรับเบิกเงินสดผ่านตู้ ATM และบริการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่าน “แอปติดใจ” (ชื่อเดิมแอปเงินติดล้อ) ซึ่งช่วยให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีได้โดยไม่ต้องใช้บัตร รูปแบบดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ พร้อมคงความต่อเนื่องในการเข้าถึงเงินทุนเมื่อลูกค้าเกิดเหตุฉุกเฉิน มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง หรือไม่สามารถใช้บริการที่สาขาได้ โดยลูกค้าจะเสียดอกเบี้ยเมื่อมีการเบิกใช้วงเงินจริงเท่านั้น “เงินติดล้อ” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ดำเนินธุรกิจภายใต้เจตนารมณ์ในการสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านการเงิน การดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาจึงยกระดับบริการด้านการเงินให้กับกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อรายย่อยอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การให้บริการผ่านพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาด้านการเงินมากกว่า 5,000 คน ประจำอยู่ที่สาขามากกว่า 1,900 แห่งทั่วประเทศ ก่อนต่อยอดบริการสู่ “บัตรติดล้อ” บัตรกดเงินสดวงเงินหมุนเวียน ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถกดเงินสดจากวงเงินสินเชื่อผ่านตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ และการยกระดับสู่ “บริการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี” ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนชื่อ “แอปติดใจ” ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงเงินทุนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทุกช่องทางได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกันทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละสถานการณ์มากที่สุด ทั้งนี้ ที่ผ่านมานวัตกรรมดังกล่าวได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2568 สัดส่วนลูกค้ามากกว่าครึ่งเลือกใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล ขณะที่บริการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่าน “แอปติดใจ” ได้กลายเป็นช่องทางหลักในการโอนเงินสินเชื่อ นอกจากนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในช่วงที่เกิดสถานการณ์ไม่ปกติได้เป็นอย่างดี โดยพิสูจน์ได้จากช่วงที่เกิดวิกฤตอุทกภัยปี 2568 ทำให้เกิดอุปสรรคในการเดินทางไปใช้บริการที่สาขาหรือตู้ ATM แต่ลูกค้าเงินติดล้อยังคงสามารถใช้บริการผ่านแอปติดใจ ซึ่งช่วยให้การเข้าถึงเงินทุนไม่สะดุดแม้ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บมจ. เงินติดล้อ ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการเงิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทของกลุ่มบริษัทในฐานะ The Leading Financial Inclusion Service Provider ผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรม และโปร่งใส สำหรับรางวัล The Asian Banker Thailand Awards 2026 จัดขึ้นโดย The Asian Banker สื่อในแวดวงการเงินการธนาคารชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เพื่อมอบรางวัลแก่สถาบันการเงินที่ได้มาตรฐาน มีศักยภาพที่โดดเด่น และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน หมายเหตุ : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 12-24% ต่อปี (ณ วันที่ 18 เม.ย. 68) ติดตามข้อมูลข่าวสาร “เงินติดล้อ” เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์เงินติดล้อ www.tidlor.com Facebook Fan page เงินติดล้อ Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 088-088-0880 ตลอด 24 ชม.

27 Aug 2026

...

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมลงนาม MOU ภายใต้ “โครงการความร่วมมือสร้างความยั่งยืนทางการเงิน” เพื่อส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินให้ลูกหนี้สามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสกลับไปเผชิญปัญหาหนี้ซ้ำ พร้อมเปิดโอกาสผู้ที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้าถึงสินเชื่อในระบบ เพื่อนำเงินทุนไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้ฟื้นฟูสถานะทางการเงิน กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และเริ่มต้นชีวิตทางการเงินใหม่อย่างมั่นคง ถือเป็นการยกระดับจาก “การช่วยเหลือลูกหนี้” สู่ “การสร้างโอกาสทางการเงิน” ของทั้งสององค์กร   ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับความรู้เพื่อเสริมทักษะทางการเงินในหมวดการออม การวางแผนทางการเงิน และการบริหารหนี้ ผ่านแอปพลิเคชันออมตังค์ ของธนาคารออมสิน ซึ่งนำร่องลูกหนี้ใน “โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้”  เป็นโครงการแรก ในการนี้นายกฤษณพงศ์    กิจสนาพิทักษ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารหนี้และทรัพย์สิน บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด และนายเสกสรร ทวีกสิกรรม รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าฐานรากและสนับสนุนนโยบายรัฐ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้  

24 Aug 2026

...

นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน เป็นผู้แทนธนาคารออมสิน มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1 ล้านบาท แก่  นายสมศักดิ์ บุญคำ นายกสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย (SE Thailand) เพื่อร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบนิเวศธุรกิจเพื่อสังคมไทย ในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมก่อนและหลังเกษียณ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางการเงินและการวางแผนการเงิน พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) สู่ประชาชนและชุมชนเป้าหมาย ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดกับสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม  สะท้อนบทบาทธนาคารออมสิน “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ในการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกช่วงชีวิต ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้

19 Aug 2026

...

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดแคมเปญสุดพิเศษรับวันแม่แห่งชาติ ภายใต้กิจกรรม "สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่"   นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ชวนเกษตรกรและลูกค้าทั่วไปร่วมส่งความรักในเดือนแห่งวันแม่เพียงฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดใดก็ได้ อาทิ สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นรวย 20 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส ชุดถุงเงิน ฝากหน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชครางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัลทุกเดือน  สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดขวัญถุง หน่วยละ 20 บาท อายุการรับฝาก 6 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี พร้อมลุ้นรับรางวัลทุนการศึกษาทุกเดือนจำนวน 100 รางวัล เพียงฝากสลากผ่านช่องทาง BAAC Mobile รับเลยของสมนาคุณสุดน่ารัก (จำกัดสิทธิ์ 1 รายต่อ 1 สิทธิ์) อาทิ ฝากสลากตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้น ไป รับผ้าอเนกประสงค์เส้นใยแม่เหล็กจำนวน 1 ผืน หรือฝากตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป รับ Art Toy มังแมวสุดคิวท์จำนวน 1 เซต จำนวน 4 ตัว ฝากตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป รับ Art Toy ชุด Agri animal จำนวน 1 จุ่ม ฝากตั้งแต่ 1 ล้านขึ้นไป รับเลยหมอนอิงลายน้องแมวสุดน่ารักจำนวน 1 ใบ  และฝากตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้น รับกระเป๋าล้อลากจำนวน 1 ใบ   สำหรับผู้ที่สนใจมอบความรักให้เป็นเงินออม ด้วยการฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. นอกจากจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการออมเงินแล้ว ยังได้ลุ้นรับรางวัลผ่านกิจกรรม "สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่" ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2569 ผ่าน BAAC Mobile โดยลูกค้าสามารถลงทะเบียนและแนบหลักฐานการฝากสลากในวันเวลาและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ผ่าน QR Code ข้างต้น เพื่อรับของรางวัลดังกล่าว โดยจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ผ่าน Facebook ธกส.บริการด้วยใจ และเว็บไซต์ www.baac.or.th ทั้งนี้ ยอดฝากสลาก 1 รายการ สามารถร่วมโปรโมชันกับธนาคารได้ 1 โปรโมชันเท่านั้น ร่วมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับ ธ.ก.ส. สู่อนาคตที่ยั่งยืน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Contact Center 02 555 0555

19 Aug 2026

SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR

...

  บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  โดยมีนางวรนุช ผิวสอาด เจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายรณรงค์หาทุน สภาสังคมสงเคราะห์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569

11 Sep 2026


...

นายพรชัย ศรีพระราม ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดช่องลม นางสาววรนุช เย็นชมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด สถานีวิทยุ จส.100 และ นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดโครงการ “ฝันใหญ่ ใส่หมวกกันน็อก” ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมสนับสนุนเงินรางวัลและทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพวาดและระบายสี เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ตลอดจนสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ณ โรงเรียนวัดช่องลม เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร     สำหรับ โครงการ “ฝันใหญ่ ใส่หมวกกันน็อก” จส.100 ร่วมกับโรงเรียนวัดช่องลม และบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยขณะเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์หรือจักรยาน ควบคู่กับการเสริมสร้างพฤติกรรมอันปลอดภัยให้แก่นักเรียน ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนหมวกนิรภัยวัยใสแก่โรงเรียนวัดช่องลม การสนับสนุนในครั้งนี้จึงนับเป็นการสานต่อภารกิจด้านการส่งเสริมความปลอดภัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินงานบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบสวมหมวกนิรภัย 100% กิจกรรมการส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนในสถานศึกษา เป็นต้น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม  

11 Sep 2026

...

บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ WACOAL ภายใต้การจัดจำหน่ายโดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (SWU) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ มุ่งสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรไปจนถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตที่ยั่งยืน     ธรรมรัตน์ โชควัฒนา                     ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์  ในโอกาสนี้ นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการร่วมมือครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และร่วมพัฒนาหลักสูตรด้านการสร้างแบรนด์และการสื่อสารการตลาด พร้อมส่งเสริมให้นิสิตได้ประยุกต์ใช้ความรู้ภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการร่วมสร้างสรรค์และออกแบบลวดลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมก่อนก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างมืออาชีพ     อีกทั้งภายในงานยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้บริหารทั้งสององค์กร ถึงแนวคิดและแนวทางความร่วมมือ รวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อบุคลากร นิสิตและสังคม โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยวัชร พรหมจิตติพงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม และ นางอินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น   นอกจากนี้ WACOAL ยังจัดกิจกรรม “วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ” เชิญชวนนิสิตและบุคลากร มศว. ร่วมส่งต่อชุดชั้นในเก่าทั้งหญิงและชายทุกแบรนด์ที่เสื่อมสภาพ เพื่อนำไปจัดการและกำจัดอย่างถูกวิธี โดยได้รับความสนใจและการมีส่วนร่วมจากนิสิตรวมถึงบุคลากรเป็นจำนวนมาก ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ WACOAL ในการสนับสนุนการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมร่วมสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมในการมุ่งขับเคลื่อนอนาคตอย่างยั่งยืน

07 Sep 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีนางวรนุช ผิวสอาด เจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายรณรงค์หาทุน สภาสังคมสงเคราะห์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569

03 Sep 2026

...

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการได้รับ “ประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2569 (TCC Best Awards 2026)” รางวัลอันทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของจริยธรรม ความโปร่งใส และหลักธรรมาภิบาล พร้อมตอกย้ำการเป็นองค์กรที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคม และประเทศชาติ   ในโอกาสนี้ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ประธานคณะกรรมการส่งเสริมจรรยาบรรณ ร่วมแสดงความยินดีแก่หน่วยงานและองค์กรที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย เป็นรางวัลที่มุ่งส่งเสริมและยกย่ององค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล ตลอดจนมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของภาคธุรกิจ และร่วมสร้างสังคมที่ไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ ทิพยประกันภัยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและยึดหลักจริยธรรมเป็นส่วนสำคัญของการบริหารองค์กร ตั้งแต่การดำเนินงานอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ การปฏิบัติต่อลูกค้าและคู่ค้าอย่างเป็นธรรม การดูแลสิทธิและประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ทุกภาคส่วน   ดร.สมพร สืบถวิลกุล กล่าวว่า “รางวัลนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวทิพยประกันภัยทุกคน และเป็นสิ่งยืนยันถึงความตั้งใจขององค์กรในการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในความถูกต้อง จริยธรรม และความรับผิดชอบ เราเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรไม่ได้วัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความไว้วางใจของลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” การได้รับรางวัลในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จของทิพยประกันภัย แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงการนำหลักจรรยาบรรณและธรรมาภิบาลมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเป็นแรงผลักดันให้องค์กรยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง     ทิพยประกันภัยพร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานภาคธุรกิจไทย และสร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน

03 Sep 2026

...

นางเพียงจันทร์ พจน์โพธิ์ศรี ขนส่งจังหวัดนครนายก รับมอบกรวยจราจร จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายอนุสรณ์ ตรียะเวชกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 4 (ภาคกลางและภาคตะวันตก) ด้านสาขา เป็นผู้แทนมอบ เพื่อนำไปใช้ในการจัดระเบียบการจราจรภายในหน่วยงาน และจัดระเบียบสนามทดสอบภาคปฏิบัติ ตลอดจนส่งเสริมด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่บริการแก่ประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.นครนายก     สำหรับการมอบอุปกรณ์จราจรในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ซึ่งบริษัทฯ และกรมการขนส่งทางบก ร่วมกันดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2533 เพื่อเสริมสร้างพื้นฐานการขับขี่ที่ดีและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่มือใหม่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในหลากหลายรูปแบบ ผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งนับเป็นความตั้งใจของบริษัทฯ ในการส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่ประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัย และลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุให้น้อยลงที่สุด  

03 Sep 2026

...

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ได้รับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026 สาขา Corporate Integrity and Governance Excellence Awards รางวัลความเป็นเลิศด้านความซื่อสัตย์สุจริตและการกำกับดูแลกิจการ จาก Enterprise Asia องค์กรเอกชนระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของธนาคารในการดำเนินธุรกิจในทุกมิติด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม พัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ที่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) โดยสนับสนุนสินเชื่อบ้านประหยัดพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ด้านสังคม (Social) สร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างเท่าเทียม และด้านธรรมาภิบาล (Governance) กำกับดูแลและบริหารงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ซึ่งสะท้อนถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภายใต้แนวคิด “Beyond Housing Bank” มากกว่าการปล่อยกู้   ธอส. คือ เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านที่อยู่เคียงข้างลูกค้าตั้งแต่วันแรกของการมีบ้านและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นองค์กรต้นแบบด้านธรรมาภิบาล ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ทั้งนี้ APEA เป็นรางวัลที่ยกย่ององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความโดดเด่นสำหรับผู้ประกอบการและองค์กรธุรกิจที่มีผลงานโดดเด่น มีนวัตกรรม และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยนางสาวธิดาพร มีกิ่งทอง รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นผู้แทนธนาคารเข้ารับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026 ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สาขา Corporate Integrity and Governance Excellence Awards ณ โรงแรม คอนราด กรุงเทพ ออลซีซั่นเพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

01 Sep 2026

BUSINESS-MARKETING-SME / ธุรกิจ - การตลาด - เอสเอ็มอี

...

Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ โดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) นำทีมโดย นายกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) ร่วมต้อนรับผู้บริหารและพนักงานจาก 11 องค์กรชั้นนำในประเทศไทย จำนวน 17 ท่าน ในกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแบ่งปันแนวคิด องค์ความรู้ และประสบการณ์การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” ภายในงานทีมผู้บริหารและทีม Culture Gangster ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการบริหารจัดการองค์กร ทั้งการนำนวัตกรรมทางการเงิน (Financial Technology) และเทคโนโลยีนายหน้าประกันภัย (InsurTech Platform) มาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย รวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Education) แก่พนักงาน พร้อมนำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมบรรยากาศการทำงานของแผนกต่าง ๆ เพื่อสัมผัสค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการหลอมรวมพนักงานให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน เพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างมีคุณภาพและอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อโอกาสสู่ลูกค้าและสังคม ตามเจตนารมณ์ขององค์กรในการมุ่งสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้คนในสังคม TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ Tidlor Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเวิร์กช็อปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ เว็บไซต์ www.tidlor.com/academy โทร. 02-792-1990 รายชื่อหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัล พีเพิล ดีเวลลอปเม้นท์ เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท บี.บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สคูลดิโอ จำกัด บริษัท โซลูชั่น อะ โลจิค จำกัด บริษัท กวิน บราเธอร์ส จำกัด บริษัท นทลิน จำกัด บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด บริษัท ไลฟ์แอนด์เฮลท์ อินโนเวชั่น จำกัด (Data-Espresso) บริษัท เน็กซ์สกิล จำกัด บริษัท ซันซุโซลูชั่น จำกัด

12 Sep 2026


...

DAKS (แด็กซ์) แบรนด์แฟชั่นลักชัวรีระดับตำนานจากประเทศอังกฤษ ภายใต้การจัดจำหน่าย โดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ DAKS Top Spender (แด็กส์ ท็อป สเปนเดอร์) สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อสินค้า DAKS สูงสุดจากห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัลและโรบินสัน พร้อมด้วยตัวแทนจากพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งรสนิยม ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและเป็นส่วนตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “British Heritage Meets Local Flavour” ณ ร้าน ERR Urban Rustic Thai (เออ) สุขุมวิท 32 ดินเนอร์แห่งความประทับใจเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การออกเดินทาง เมื่อ DAKS ได้ร่วมกับ TTC Motor ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จัดบริการรถยนต์รับ-ส่งสำหรับแขกคนสำคัญ เพื่อสะท้อนความใส่ใจทุกรายละเอียด ก่อนนำทุกคนเข้าสู่ค่ำคืนแห่งรสนิยมและไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ DAKS     ไฮไลต์ของงานในครั้งนี้ ลูกค้าจะได้ลิ้มรสอาหารคอร์สพิเศษ โดยได้รับเกียรติจาก เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ดีกรีเชฟหญิงที่ดีที่สุดของเอเชีย ปี 2013 (Asia’s Best Female Chef 2013) มารังสรรค์เมนูอาหารผ่าน Exclusive Chef's Table จำนวน 9 อย่าง พร้อมจับคู่เครื่องดื่มอีก 9 รายการ อย่างพิถีพิถัน ซึ่งในแต่ละเมนูได้ผสมผสานแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมแบบอังกฤษเข้ากับวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่นของไทยได้อย่างกลมกลืน     นอกจากนี้ภายในงาน DAKS ยังถือโอกาสเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยการเผยโฉม “The Bauhaus Framework” คอลเลกชันประจำ AUTUMN / WINTER 2026 ความน่าสนใจอยู่ที่ House Check ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่สืบทอดมายาวนานกว่า 50 ปี มาตีความใหม่ผ่านแรงบันดาลใจจากศิลปะและปรัชญาการออกแบบของ Bauhaus ให้มีความโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัยยิ่งขึ้น พร้อมปรับโทนสีใหม่ โดยเน้นเฉดสีน้ำตาลและสีเขียว เติมความโมเดิร์นให้กับ House Check แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็น British Heritage ของ DAKS ไว้อย่างชัดเจน สำหรับงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของแบรนด์ ที่มุ่งถ่ายทอดเอกลักษณ์และคุณค่า ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลงานในแต่ละฤดูกาล เพราะเราไม่ได้โดดเด่นเพียงงานออกแบบ หากยังนำเสนอโลกของแฟชั่นผ่านแรงบันดาลใจ และไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ DAKS เพื่อให้แขกคนสำคัญได้สัมผัสผลงานอย่างใกล้ชิด    

11 Sep 2026

...

ELLE (แอล) แบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม ภายใต้การบริหารและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “ELLE Recycle Nylon Collection” หยิบเอาความร่วมสมัยมาผสานเข้ากับแนวคิด “ELLE Planet Chic” ที่เราเชื่อว่า “ความชิค” สามารถอยู่ร่วมกับ “ความใส่ใจโลก” ได้ เสน่ห์ของคอลเลกชันนี้อยู่ที่การนำเส้นใยไนลอนจากขวดพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Nylon from Plastic Bottles) มาสร้างสรรค์เป็นกระเป๋าแฟชั่นผ่านกระบวนการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และพัฒนาการใช้งาน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้หญิงยุคใหม่ เน้นความคล่องตัว น้ำหนักเบา ทนทาน เหมาะกับการเป็น Everyday Bag ที่สามารถหยิบมาใช้ได้ในหลากหลายโอกาส คงความเป็นดีเอ็นเอของ ELLE ได้อย่างลงตัว ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “ELLE เชื่อว่าแฟชั่นที่ดีไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่สามารถเดินไปพร้อมกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ จึงเป็นที่มาของคอลเลกชัน “ELLE Recycle Nylon Collection” ไอเทมใหม่ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กระเป๋าทุกใบในคอลเลกชันนี้เราเลือกใช้วัสดุไนลอน ซึ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ผ่านการดีไซน์อย่างประณีตเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบต่างๆ มีทั้งทรงTote Bag, Mini Hobo Bag, Backpack และ Bucket Bag น้ำหนักเบา ทนทาน ใช้งานง่าย เพราะเราอยากให้การเลือกกระเป๋าสักใบเป็นมากกว่าเรื่องของแฟชั่น แต่เป็นการเลือกสิ่งที่สวย ใช้ได้จริง และมีความหมายมากขึ้นค่ะ”     ELLE Recycle Nylon Collection จึงสะท้อนอีกมิติของแฟชั่นร่วมสมัยที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวเบื้องหลังของสิ่งที่เราเลือกใช้ ผ่านการผสาน Style, Function และ Sustainability เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มองหาแฟชั่นที่สวย และสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจโลก เพราะแฟชั่นที่ดี อาจไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เราเลือกใช้ในแต่ละวัน แต่ยังสะท้อนถึงสิ่งที่เราเลือกให้ความสำคัญด้วย     พบกับ “ELLE Recycle Nylon Collection” ไอเทมแฟชั่นที่สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่  พร้อมใส่ใจโลกไปพร้อมกัน ช้อปได้แล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ ELLE ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และช่องทางออนไลน์ ICC Shopping, Lazada และ Shopee  

28 Aug 2026

...

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เชิญชวนพี่น้องชาวไทยมาจับจ่ายใช้จ่ายสินค้าดีจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ในงาน “SME D Market” ประจำเดือนสิงหาคม 2569  จัดระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00-16.00 น. ณ ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank (ติด BTS สถานีอารีย์ ทางออกที่ 2)  พบการออกบูธสินค้าดี จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มากกว่า 50 ร้านค้า ทั้งของกิน ของใช้ เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกาย เช่น ซาลาเปาโบราณ ร้านขนมจีบ , เค้กไข่ไต้หวัน ร้านกลีบลำดวน , ขนมปั้นขลิบ 12 รส ร้านบ้านขนมแม่สารภี , บิสกิตปลากะพง แบรนด์ MOEI และเครื่องประดับพลอยแท้ ร้านกนกเจมส์ เป็นต้น  โดยสามารถใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” จากร้านที่เข้าร่วมโครงการ  นอกจากนั้น ภายในงาน พบสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันราคาประหยัดจาก “ร้านค้าธงฟ้า”  ช่วยลดค่าครองชีพ  โดยความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์   สำหรับกิจกรรมดังกล่าว  SME D Bank จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่องมาหลายปี เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ได้รับโอกาสมาออกบูธจำหน่ายสินค้า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  พร้อมช่วยประชาชนเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357    

24 Aug 2026

...

  Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ของ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) นำทีมให้การต้อนรับพนักงานและผู้บริหารจากหลากหลายองค์กรในประเทศเวียดนาม ร่วมกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 19 ท่าน ภายในงานทีมผู้บริหารและทีม Culture Gangster ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการสร้างค่านิยมองค์กร พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำวัฒนธรรมองค์กรไปต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของทีมงาน ประสิทธิภาพงาน และการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งการมาเยือนของคณะผู้นำจากประเทศเวียดนามในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและการยอมรับจากองค์กรระดับภูมิภาคเอเชีย ต่อโมเดลการพัฒนาองค์กรของเงินติดล้อ ที่ใช้วัฒนธรรมองค์กรมาเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานสำคัญของธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ทั้งนี้หลักสูตร TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ Tidlor Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับชาวเงินติดล้อ เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป

02 Jul 2026

...

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจการตลาดและจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) อย่างเป็นทางการ ภายใต้โครงการ “พัฒนาครีเอเตอร์หน้าใหม่สู่ธุรกิจดิจิทัล” (NEXT-GENERATION CREATOR DEVELOPMENT PROGRAM for the Digital Business Era) มุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านการตลาดดิจิทัล การสื่อสารออนไลน์ การสร้างอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (Personal Branding) และการสร้างคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาสร้างรายได้เสริมระหว่างเรียน ผ่านประสบการณ์จริงกับแบรนด์ชั้นนำ   พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ครั้งนี้ จัดขึ้นในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 โดยมี คุณธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร และ คุณอนุตร ภู่อารีย์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม และประธานคณะขับเคลื่อนโครงการพัฒนาครีเอเตอร์หน้าใหม่สู่ธุรกิจดิจิทัล รองศาสตราจารย์พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และคุณกิตติศักดิ์ มาพะเนาว์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตลอดจนคณะผู้บริหารและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้าร่วมพิธีลงนามอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้อง Silk 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา   สำหรับข้อตกลงความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะด้านการตลาดดิจิทัล เทคนิคการขายออนไลน์ และการบริหารอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (Personal Branding) บนสื่อดิจิทัล เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและช่องทางออนไลน์   คุณธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โลกการค้าและการสื่อสารในปัจจุบันมีบทบาทบนแพลตฟอร์มดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่คนรุ่นใหม่จะมีทักษะด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการตลาดออนไลน์อย่างถูกต้องและเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญ ทางบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตลาดจากประสบการณ์จริงของนักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์ต่าง ๆ ภายในบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวสินค้า การทำการตลาดในรูปแบบพันธมิตรทางธุรกิจ (Affiliate Marketing) ตลอดจนความร่วมมือทางการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาได้ก้าวสู่การประกอบอาชีพในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นใจในอนาคต”   ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะขับเคลื่อนโครงการพัฒนาครีเอเตอร์หน้าใหม่สู่ธุรกิจดิจิทัล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และคุณกิตติศักดิ์ มาพะเนาว์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวร่วมกันว่า “สำหรับความร่วมมือกับบริษัท ไอ.ซี.ซี. ในครั้งนี้ จะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ฝึกฝนทักษะด้านการสื่อสาร การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่การประกอบอาชีพจริง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและสื่ออินเทอร์เน็ตเพื่อวางแผนและดำเนินงานด้านการตลาด รวมทั้งกระบวนการสร้างและบริหารอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (Personal Branding) บนสื่อดิจิทัล พร้อมต่อยอดสู่การสร้างรายได้ผ่านการสร้างคอนเทนต์ การรีวิวสินค้า และกิจกรรมทางการตลาดดิจิทัลภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดร่วมกัน”   บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ของทั้งสองหน่วยงานนี้ มีกำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายที่จะร่วมกันพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริง เพื่อให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันของภาคธุรกิจและภาคการศึกษาในการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจสู่การเรียนรู้ในห้องเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนที่มีคุณภาพสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต โดยบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย มีดังนี้ • บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) : สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล การสร้างคอนเทนต์ เทคนิคการขายออนไลน์ และ Affiliate Marketing ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนแบรนด์ของบริษัทร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงให้นักศึกษา • มหาวิทยาลัยสวนดุสิต : สนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ อุปกรณ์ และการประชาสัมพันธ์โครงการ พร้อมทั้งส่งเสริมและผลักดันให้นักศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมการตลาดดิจิทัลอย่างเป็นระบบและเหมาะสม รวมถึงสนับสนุนให้นักศึกษาได้นำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวิชาชีพและต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในอนาคต  

01 Jul 2026

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร จัดประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สาขาในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ สาขาชุมพร สาขาระนอง สาขาสุราษฎร์ธานี และสาขาเกาะสมุย โดยเน้นย้ำให้สานต่อการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และครบวงจรในมิติสำคัญ ได้แก่ “มิติเข้าถึงแหล่งทุน”  มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ และสามารถยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว “มิติช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง” สามารถประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน ฟื้นธุรกิจได้อีกครั้ง และ “มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพ” Upskill-Reskill ก้าวทันโลก  ผ่านกิจกรรม Onsite และ Online ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง         พิชิต มิทราวงศ์   นอกจากนั้น เข้าเยี่ยมชมกิจการลูกค้า บริษัท เอสทีคอฟฟี่แอนด์แสงทอง 1982 จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟแปรรูป  แบรนด์ “เอสที กาแฟชุมพร”  ต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจที่มีส่วนช่วยส่งเสริมและยกระดับเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรท้องถิ่น จำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ มีส่วนช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน  โดย SME D Bank สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และเงินลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ ต่อยอดสู่ธุรกิจสีเขียว โดยมีนายพสิษฐ์ โชคดี  เจ้าของกิจการ ให้การต้อนรับ และพาเยี่ยมชม ณ จังหวัดชุมพร เมื่อเร็ว ๆ นี้

17 May 2026

ราชการ - รัฐวิสาหกิจ / พลังงาน - การเกษตร

...

กบข. เตรียมเงิน 24,950 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินกองทุนแก่สมาชิกเกษียณปีนี้ กว่า 1.6 หมื่นราย รับเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท เผยพบสมาชิกเชื่อมั่นการบริหารเงินลงทุน กบข. เพิ่มขึ้น เลือกใช้บริการออมต่อ เกือบ 9% ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ และสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 สมาชิก กบข. จะเกษียณอายุราชการจำนวน 16,233 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนให้แก่สมาชิก รวมเป็นเงินประมาณ 24,950 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมสะสมอย่างต่อเนื่องของสมาชิก รวมกับเงินสมทบจากภาครัฐ และผลตอบแทนจากการลงทุน โดยในปีนี้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการจะได้รับเงินกองทุนเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท โดยมีสมาชิกที่ได้รับเงินสูงสุดมากถึง 7.86 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอดเงินของสมาชิกแต่ละรายจะแตกต่างกันตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก เงินเดือน อัตราการออม แผนการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับ ซึ่งการที่สมาชิกเลือกอัตราการออมเพิ่ม และการเลือกแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ยอดเงินที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า ขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือ ออมต่อ มีสัดส่วนประมาณ 9% ของผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารเงินลงทุนของ กบข. และมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกปี “กบข. มุ่งมั่นดูแลเงินออมของสมาชิกให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยบริการออมต่อจะช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารเงินเกษียณได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากการมีเงินจำนวนมากไว้ในบัญชี ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพหรือการหลอกลวงทางการเงิน และ กบข. ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ออมต่อสามารถเลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ 12 ครั้งต่อปี เทียบเท่ากับสมาชิกปัจจุบัน เพื่อสร้างโอกาสให้เงินออมเติบโตต่อเนื่องหลังเกษียณ” ดร.ศรพล กล่าว   ทั้งนี้ บริการออมต่อ สมาชิกสามารถเลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ออมต่อทั้งจำนวน 2. ทยอยรับเงินเป็นงวดๆ อาทิ รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี 3. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ และ 4. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวดๆ โดยสมาชิกที่สนใจบริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ 2 ช่องทาง คือ 1. แจ้งความประสงค์ทางระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง และ 2. แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบ กบข. รง 008/1/2555 และเลือกบริการออมต่อ ซึ่งผู้ออมต่อสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออมได้ 2 ครั้ง/ปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. LINE กบข. @gpfcommunity และศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179

08 Sep 2026


...

“ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” กางแผนขับเคลื่อน กบข. ชูภารกิจหลักลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ”   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ได้กำหนดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” มุ่งยกระดับการลงทุนมืออาชีพ ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน โดยข้อมูลปัจจุบัน สมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคง ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน กบข. จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม สู่การออกแบบบริการและคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กบข. ยังมีแนวคิดผลักดันการปรับปรุงกฎหมายขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข. ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน สำหรับด้านการลงทุน จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ลดลง กบข. จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ (Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก โดยปัจจุบัน กบข. ได้เริ่มนำแนวคิด Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ กบข. จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Leadership) ผ่านการขับเคลื่อนแนวทาง Active Ownership และบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้สมาชิก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ   นอกจากนี้ กบข. จะขับเคลื่อนองค์กรพร้อมก้าวสู่อนาคต (Data & AI Organization) ด้วยการวางฐานข้อมูล พัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยนำ AI มาใช้ในการประมวลผลในงานด้านลงทุน บริการสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร เพื่อให้ทำงานรวดเร็ว ลดงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด พร้อมทั้งช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น “กบข. จะเป็นมากกว่าผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ เราจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจสมาชิก การลงทุนอย่างมืออาชีพ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเส้นทางสู่การเกษียณที่มั่นคง พร้อมทำให้เงินลงทุนของ กบข. เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ” ดร.ศรพล กล่าว สำหรับผลตอบแทน กบข. ตั้งแต่ต้นปีถึง 16 สิงหาคม 2569 แผนการลงทุนพื้นฐานทั่วไปอยู่ที่ 8.08% แผนการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์ 20.41% แผนหุ้นต่างประเทศ 24.19% แผนหุ้นไทย 34.69% ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงฟองสบู่ AI Semiconductor (กลุ่มหน่วยความจำ) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว กำแพงภาษีการค้าและการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ  

08 Sep 2026

...

ธ.ก.ส. ฉลองผลลัพธ์ 3 ปี แห่งโอกาสพักชำระหนี้ สู่ความสำเร็จด้านการตลาด ได้รวบรวมสินค้าเกษตรพรีเมียมจากลูกค้ามาไว้งานตลาดนัดของดีวิถีชุมชน ภายใต้ธีม “ครบ 3 ปี พักชำระหนี้ สู่ความสำเร็จด้านการตลาด” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ลูกค้า และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ทั่วประเทศได้นำสินค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรพรีเมียมมาจัดแสดงและจำหน่ายกว่า 40 ร้านค้าที่งานนี้ พร้อมโซนอาหารและเครื่องดื่ม ระหว่างวันที่ 3 - 4 กันยายน 2569 ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ                       นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมจัดงานตลาดนัดของดีวิถีชุมชน ภายใต้ธีม “ครบ 3 ปี พักชำระหนี้ สู่ความสำเร็จด้านการตลาด” รวบรวมผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรพรีเมียม สินค้าชุมชน จากเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรกรที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ทั่วประเทศ มาจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ อาทิ ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ พื้นถิ่น สมุนไพร ผัก ผลไม้ อาหารเครื่องดื่ม และของใช้กว่า 40 ร้านค้าส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ประกอบด้วย             โซนสินค้าเกษตรปลอดภัย นำโดย วิสาหกิจชุมชนตามรอยพ่อชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลบ้านน้ำพุ จ.สุโขทัย นำข้าวอินทรีย์ เน้นการปลูกข้าวปลอดสารพิษคุณภาพสูง เช่นเดียวกับ อุ่นรักฟาร์ม จ.อุทัยธานี ผู้ปลูกข้าวกล้องและข้าวสารอินทรีย์   วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำสวนกล้วยตำบลถ้ำสิงห์ จ.ชุมพร นำกล้วยหอมทอง สด ปลอดสารพิษ รสชาติหวานหอม    เหมาะแก่ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ดูแลสุขภาพ     โซนผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ กลุ่มไข่เค็มสมุนไพรบ้านม้า จ.พระนครศรีอยุธยา ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไข่เป็ดคุณภาพ รสชาติอร่อยลงตัว หอมกลิ่นใบเตย รับประทานได้หลากหลายเมนู  วิสาหกิจชุมชนผลิตผลไม้อบแห้งบางอ้อ จ.นครนายก ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้คุณภาพ หอม หวาน เปรี้ยวลงตัว เหมาะแก่ทานเล่นหรือเป็นของฝาก ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงสามรส มะดันอบแห้ง กระท้อนสามรส และเจ๊ตาอาหารทะเลแห้ง จ.สมุทรสาคร ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบทะเลคุณภาพหลากหลายชนิด อาทิ กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง ปลาแห้ง และอาหารทะเลแปรรูป      โซนอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ อุ๋งอิ๋งไส้กรอกสมุนไพร จ.นนทบุรี ไส้กรอกอีสานรสชาติกลมกล่อม หอมสมุนไพร รสชาติเฉพาะตัวรับประทานคู่กับผักสด พริก หรือเครื่องเคียงต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว เจ๊มดปลาทูทอดน้ำพริกกะปิ กทม น้ำพริกปรุงสดใหม่จากวัตถุดิบคุณภาพคัดสรรกะปิชั้นดี เสิร์ฟคู่กับปลาทูทอดกรอบหอม รสชาติดี พิมลรัตน์ไก่ย่าง จ.ขอนแก่น ตำนานความอร่อยจากแดนอีสาน ยกเมนูไก่ย่างหนังบางกรอบ เนื้อนุ่ม ส้มตำรสเด็ด และคอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว และกาแฟถ้ำสิงห์ จ.ชุมพร หอมเข้มข้นจากกาแฟโรบัสต้า มีกลิ่นหอมคงเอกลักษณ์ โซนงานหัตถกรรม จากฝาชีหวายเทียม จ.สุพรรณบุรี ผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมจากฝีมือในชุมชนจากหวายเทียมนำมาสานขึ้นรูปอย่างประณีตผสมผสานความสวยงามคงภูมิปัญญาด้านจักสานของชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี เครื่องหนัง S&R จ.ปทุมธานี กระเป๋าหนังแท้ ดีไซน์เรียบหรูทรงสวย และผลิตภัณฑ์จากไม้ตาล ได้แก่ ชุดชงกาแฟ กำไลข้อมือ และเครื่องประดับ จากกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์บ้านคำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ   นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดนิทรรศการโครงการพักชำระหนี้ มุ่งฟื้นฟูอาชีพ เสริมทักษะการเงิน-ดิจิทัล และเชื่อมโยงตลาด และเวทีเสวนา “ ครบ 3 ปี เกษตรกรพักชำระหนี้สู่ความสำเร็จด้านตลาด”เพื่อสนับสนุนเกษตรกรสร้างรายได้ยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและความสำเร็จของลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ได้รับโอกาสในการพักชำระหนี้ สู่การฟื้นฟูอาชีพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างตลาด และก้าวไปสู่การประกอบอาชีพที่มั่นคง ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมชมและเลือกซื้อสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากเกษตรกร ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 07:00-18:00 น. ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555

04 Sep 2026

...

กบข. ยกระดับสร้างความรู้ทางการเงินรูปแบบใหม่ จัดกิจกรรม “GPF Daily Challenge” ชวนสมาชิกเรียนรู้การเงิน-การลงทุน วัดความพร้อมเกษียณ ผ่าน Gamification วิเคราะห์ศักยภาพแต่ละด้านรายบุคคล พร้อมลุ้นรับ GPF Point รวมกว่า 10 ล้านคะแนน นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรอบรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิก ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและแนวคิดการเรียนรู้ของเกมกระตุ้นพฤติกรรม (Gamification) มาประยุกต์ใช้ เพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องการเงินการลงทุน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง กบข. จึงจัดกิจกรรม “GPF Daily Challenge” เกมตอบคำถามสะสมความรู้ วัดความพร้อมเกษียณ ลุ้นรับ GPF Point รวมกว่า 10 ล้านคะแนน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้สมาชิกได้ทบทวนและสร้างวินัยในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงความรู้ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ 1. ความรู้และสิทธิประโยชน์ กบข. 2. การวางแผนเกษียณด้วยเครื่องมือดิจิทัล (My Digital Twins) 3. การบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล 4. ความรู้ด้านการลงทุน 5. ตัวช่วยทวีค่าเงิน กบข. และ 6. บริการและเครื่องมือของ กบข. รวมถึงมีรูปแบบคำถามที่ออกแบบให้มีความหลากหลาย อาทิ คำถามแบบจับคู่ คำถามแบบตัวเลือก คำถามแบบเรียงลำดับ   นอกจากนี้ กบข. ได้ออกแบบคำถามให้สอดคล้องกับระดับความรู้พื้นฐานของสมาชิกแต่ละบุคคล พร้อมนำเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ผลการเรียนรู้และสะท้อนพัฒนาการของสมาชิกผ่านแผนที่ความรู้ (Spider Chart) ที่จะแสดงจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาในแต่ละหมวดความรู้ได้อย่างชัดเจน ช่วยให้สมาชิกเห็นภาพรวมความพร้อมทางการเงินและการเกษียณของตนเองได้ โดยสมาชิกสามารถร่วมกิจกรรมแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 14 ธันวาคม 2569 ผ่านเมนู GPF Daily Challenge บนแอป กบข. My GPF Application และ LINE กบข. @gpfcommunity สมาชิกที่ร่วมกิจกรรมจะได้รับ GPF Point และสามารถสะสมเพื่อนำไปแลกรับส่วนลดร้านค้า หรือของรางวัลพิเศษจาก กบข. ได้ "กบข. มุ่งหวังให้สมาชิกทุกคนมีพื้นฐานความรู้ทางการเงินและการลงทุน ที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนชีวิตและการเตรียมความพร้อมสู่การเกษียณอย่างมั่นคง กิจกรรม GPF Daily Challenge จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องการเงินให้เป็นเรื่องง่าย สนุก และได้รับประโยชน์กลับไปอย่างคุ้มค่า" นายศรพล กล่าว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. LINE กบข. @gpfcommunity และศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179  

27 Aug 2026

...

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมแถลงข่าวโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ กับ ธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา และสนับสนุนให้ปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ณ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยธนาคารออมสินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ (ลูกหนี้ผ่อนชำระดี) ที่ชำระดอกเบี้ยได้ตามเกณฑ์ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญาไม่ครบกำหนดในปี 2569 เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ขณะที่ลูกหนี้ครูที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ ธนาคารเปิดโอกาสให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อนเข้าร่วมโครงการฯ   นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารออมสินจึงให้ความสำคัญกับการช่วยลดภาระหนี้ให้กับประชาชน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติ โดยปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตั้งแต่ปี 2548 - 2558 จำนวนกว่า 280,000 บัญชี ที่ยังมีภาระหนี้ ธนาคารออมสินจึงดำเนินโครงการลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถรักษาวินัยการชำระหนี้และลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ดีจากแผนความช่วยเหลือเดิมที่ 4% เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งอัตรานื้ถือว่าต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ โดยยังคงชำระเงินงวดในจำนวนเท่าเดิม แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินงวดส่วนที่เคยเป็นดอกเบี้ยจะถูกนำไปตัดยอดเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้เงินต้นลดเร็วและร่นระยะเวลาการเป็นหนี้ให้สั้นลง สู่การมีอิสรภาพทางการเงินที่เร็วขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติค้างชำระสามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้และชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารได้ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อแก้ไขหนี้บุคลากรของรัฐ การช่วยชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีให้ลูกหนี้ครูที่มีประวัติชำระหนี้ดีและมีสถานะปกติ การลดอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือและชะลอกระบวนการทางกฎหมาย มีครูได้รับประโยชน์และสามารถปิดหนี้แล้วกว่า 140,000 บัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 120,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มอื่น ๆ เพื่อช่วยประชาชนลดภาระทางการเงินและปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น   สำหรับการเข้าร่วมโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ธนาคารออมสินจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS จดหมาย และข้อความแจ้งเตือนบนแอป MyMo โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มลูกหนี้สถานะปกติ (ผ่อนชำระหนี้ดี) -   ผู้ที่มีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และได้รับการแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน -   ผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อรับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย จะต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ กับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 2.กลุ่มลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อนเข้าโครงการฯ ได้แก่ ลูกหนี้ที่ชำระดอกเบี้ยได้ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารกำหนด มีสถานะทางกฎหมาย สัญญาครบกำหนดในปี 2569 หรือมีสถานะเป็นหนี้ค้างชำระ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ โดยหากชำระหนี้ดีติดต่อกัน 3 งวด และกลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน   โครงการดังกล่าวมุ่งช่วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีภาระหนี้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น ลดภาระดอกเบี้ยเพื่อปิดหนี้ได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนให้สามารถบริหารจัดการทางการเงินและแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินตลอดช่วงชีวิต ทั้งนี้ เงื่อนไขการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

24 Aug 2026

...

กบข. จัดงาน GPF Sustainability Forum 2026 พร้อมประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ Net Zero ระดมผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุนสถาบัน และองค์กรชั้นนำจากทั่วโลก ร่วมขับเคลื่อนการลงทุนรับมือ Climate Change และ Silver Economy   กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดงาน GPF Sustainability Forum 2026:The Future Resilience Forum – Climate Resilience & the Silver Economy in Transition เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุนสถาบัน องค์กรระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ ในการร่วมกำหนดทิศทางการลงทุนเพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญของโลก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Silver Economy) พร้อมผลักดันการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนระยะยาวควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม   นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการลงทุนที่รับผิดชอบ โดยเป็นผู้ลงนามหลักการลงทุนที่รับผิดชอบขององค์การสหประชาชาติ (UN PRI) รายแรกของประเทศไทย และได้ยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 20 ปี ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การบูรณาการปัจจัย ESG เข้าสู่กระบวนการลงทุน การทำหน้าที่เจ้าของสินทรัพย์เชิงรุก (Active Ownership) จนถึงการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างผลตอบแทนทางการเงินระยะยาวควบคู่กับคุณค่าต่อสังคม โดย กบข. ได้ประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ Net Zero อย่างเป็นทางการ พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินงานทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กร การปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการใช้บทบาทนักลงทุนสถาบันในการผลักดันบริษัทที่ลงทุนให้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ Net Zero ของประเทศไทย “เวที GPF Sustainability Forum 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการเปลี่ยนความท้าทายเชิงโครงสร้างของประเทศให้เป็นโอกาสการลงทุนระยะยาว และ กบข. พร้อมทำหน้าที่ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาวในการขับเคลื่อนการลงทุนที่รับผิดชอบ สนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทย และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่สมาชิกและประเทศอย่างยั่งยืน” นายศรพล กล่าว   ภายในงาน ผู้แทนจากธนาคารโลก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) UN PRI กลุ่มพันธมิตรทางการเงินกลาสโกว์เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (GFANZ) KPMG มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) และองค์กรชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่า Climate Change และ Silver Economy เป็นเมกะ     เทรนด์ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนในระยะยาว พร้อมเสนอให้เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสูงวัย เช่น สุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย และนวัตกรรมทางการเงินเพื่อรองรับการมีอายุยืน (Longevity Finance)   นอกจากนี้ในงานสัมมนา ยังมีการจัด Executive Roundtable กับผู้แทนจากภาครัฐ นักลงทุนสถาบัน และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งได้ร่วมกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผลักดันการลงทุนใน Silver Economy โดยเห็นว่า การพัฒนาสังคมสูงวัยจำเป็นต้องเปลี่ยน "ความต้องการของสังคม" ให้เป็น โครงการที่ลงทุนได้จริง (Bankable Projects) ที่มีมาตรฐาน ข้อมูล และรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน พร้อมเสนอให้จัดทำ Silver Taxonomy เพื่อเป็นมาตรฐานกลางในการจำแนกโครงการด้านผู้สูงอายุ และส่งเสริมกลไก Blended Finance เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม นอกจากนี้ ยังมีความเห็นว่ากองทุนบำนาญสามารถมีบทบาทมากกว่าการเป็นผู้ลงทุน โดยร่วมพัฒนาโครงการให้พร้อมลงทุน สนับสนุนการสร้างมาตรฐาน และเชื่อมโยงผู้พัฒนาโครงการกับแหล่งเงินทุน เพื่อเร่งการเติบโตของ Silver Economy ในระยะยาว

03 Aug 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่เยี่ยมการปฏิบัติงานของพนักงานสาขาสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้กำลังใจพนักงานที่ปฏิบัติงาน พร้อมติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านโครงการและผลิตภัณฑ์สำคัญต่าง ๆ ของธนาคาร อาทิ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต สินเชื่อ BCG Model สินเชื่อคนเก่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่าย สินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่น สินเชื่อเกษตรวิวัฒน์  พร้อมพบปะพูดคุยกับลูกค้า เพื่อสอบถามความคิดเห็นในการใช้บริการเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ อาทิ สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นรวย 20 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาททุกเดือน และ 2 เงินฝากใหม่ เงินฝากไซทอง และ เงินฝากพานทอง เงินฝากระยะสั้น (ฝาก 11 เดือน) รับดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.10 ต่อปี เปิดรับฝากถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถฝากได้ที่เคาน์เตอร์ ธ.ก.ส. ทุกสาขาใกล้บ้าน      พร้อมกันนี้ ยังได้เยี่ยมชม BAAC Outlet จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลูกค้าที่สาขา พร้อมให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการ จัดวางผลิตภัณฑ์ (Product Display) และการพัฒนาคุณภาพสินค้าตามแนวทางการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปปรับใช้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรลูกค้า อันนำไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง อาทิ ข้าวมะลิดำและข้าวเหนียวดำปลอดสาร จากสวนลุงศักดิ์ โทร 083 943 9843 เม็ดมะม่วง  หิมพานต์ กรอบ หอม เคี้ยวเพลิน จากกลุ่มแปรรูปมะม่วงหิมพานต์ จ.อุบลราชธานี โทร 063 761 8560 กล้วยอบพลังงานแสงอาทิตย์ ตราออนซอน กรอบ หวาน อร่อย โทร 045 366 022 และหมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ ตรา Mali Brand โทร 085 582 2886 ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกชมและเข้าถึงสินค้าแกลมเกษตรที่เต็มไปด้วยคุณภาพจากเกษตรกรทั่วประเทศได้ง่าย สะดวก รวดเร็วเพียงไม่กี่คลิก พร้อมบริการจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้านผู้บริโภคโดยตรง ผ่านเว็บไซต์ BAAC Matching (https://baacmatching.baac.or.th) หรือสอบถามเพิ่มเติม ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555     โอกาสนี้ ได้ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของสาขาสิรินธร โดยได้รับฟังรายงายผลการดำเนินงานความคืบหน้า พร้อมกำชับความปลอดภัย ให้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ โครงการแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ต่อไป    

01 Aug 2026

TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY

...

เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Connect” (เอไอเอ คอนเนคท์) อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการบนทำเลศักยภาพสูงใจกลางย่านรัชดาภิเษก - พระราม 9 ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็น New CBD ของกรุงเทพมหานคร พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารสำนักงานยุคใหม่ด้วยแนวคิด “Home-Inspired Workplace” ผสานพื้นที่ทำงาน คุณภาพชีวิต เทคโนโลยี และความยั่งยืนไว้ในระบบนิเวศเดียวกันอย่างสมบูรณ์ การเปิดตัว “AIA Connect" ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในวาระครบรอบ 88 ปีของเอไอเอ ประเทศไทย และสะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาวของ เอไอเอ ที่มุ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคเอเชีย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’   ปักหมุดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม เชื่อมต่อคน เมือง และธุรกิจ “AIA Connect" อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่สะท้อนวิสัยทัศน์การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย ที่เชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ที่ได้รับการจับตามองถึงการก้าวขึ้นเป็น New CBD ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ โดยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และองค์กรชั้นนำระดับโลก   นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า AIA Connect ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Where Possibilities Connect” ที่เชื่อมต่อทุกความเป็นไปได้ ผ่านการเชื่อมต่อ 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่อการเดินทาง การเชื่อมต่อเมือง และการเชื่อมต่อธุรกิจ “การเปิดตัว AIA Connect ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในโอกาสครบรอบ 88 ปีของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่มีเป้าหมายในการเดินหน้าสร้างสรรค์สังคมไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการลงทุนครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ เพราะนับเป็นอาคารสำนักงานแห่งที่ 4 แล้วภายใต้การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย โดย AIA Connect ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าอาคารสำนักงาน แต่เป็นระบบนิเวศแห่งศักยภาพที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสทางธุรกิจ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน”   เอไอเอ มองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว ดร. มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า การลงทุนใน AIA Connect สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งของเอไอเอ ต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวแม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน “ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาว เราให้ความสำคัญกับการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่สามารถสร้างมูลค่าและผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าและพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในมิติประสบการณ์การใช้งาน ความยั่งยืน และสุขภาวะ” ดร. มาร์ค ระบุว่า แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณพื้นที่ สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และสุขภาวะของผู้ใช้งาน ส่งผลให้อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานระดับโลกยังคงได้รับความต้องการจากองค์กรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง “อาคารสำนักงานยุคใหม่ต้องสร้างคุณค่าได้มากกว่าพื้นที่ทำงาน ต้องช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน” ดร. มาร์ค กล่าว   A Home-Inspired Workplace นิยามใหม่ของอาคารสำนักงานยุค Hybrid Work AIA Connect ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน “Home-Inspired Workplace” ผสานทั้งความยืดหยุ่น สุขภาวะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่และวิถีการทำงานแบบ Hybrid Work ให้เป็นมากกว่าแค่ “สถานที่ทำงาน" และเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว   นายอีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ออฟฟิศสำนักงานในอนาคตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานไปพร้อมกัน “ทุกพื้นที่ของ AIA Connect ผ่านการคิดและวางแผนอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Workplace Experience หรือประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทาง ความยืดหยุ่นในการออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะและการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในยุคปัจจุบัน” AIA Connect ส่งเสริมการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน AIA Connect โดดเด่นด้วยพื้นที่สำนักงานแบบ Column-Free ขนาด 1,700–2,100 ตารางเมตรต่อชั้น ที่เปิดโอกาสให้องค์กรออกแบบพื้นที่ได้อย่างอิสระ พร้อม Knock-Out Panels สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างชั้น รองรับการขยายตัวของสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้ง Innovation Hub ในอนาคต ภายในโครงการยังประกอบด้วยพื้นที่รีเทลกว่า 5 ชั้น ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศการทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร   นอกจากนี้ยังมีการผสานพื้นที่สีเขียวและองค์ประกอบด้านสุขภาวะเข้ากับการทำงานอย่างลงตัว ผ่านสวนแบบขั้นบันได ลู่เดินเพื่อสุขภาพ และพื้นที่พักผ่อนพร้อมวิวเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร AIA Connect ยังได้รับการรับรอง Pre-Certified จากทั้ง LEED Gold, WELL Gold และ WiredScore Platinum ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานอาคารระดับโลกที่ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาวะผู้ใช้อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนความพร้อมในการรองรับความต้องการขององค์กรชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจควบคู่กันไป   รัชดาฯ ในบทบาท "New CBD" แห่งใหม่ที่ดึงดูดองค์กรระดับโลก AIA Connect ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้วยตัวอาคารและการออกแบบ แต่ยังตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 หนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยตรงเข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งอนาคตในปี 2571 เมื่อโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีส้มซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เปิดให้บริการ จะยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มศักยภาพให้ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ก้าวสู่ New CBD หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ อย่างเต็มรูปแบบ      ปัจจุบัน ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 กลายเป็นจุดหมายสำคัญขององค์กรชั้นนำ นักลงทุนที่กำลังมองหาทำเลศักยภาพสำหรับการเติบโตในระยะยาว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย การเชื่อมต่อที่สะดวก และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร รายล้อมด้วยศูนย์การค้า ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว AIA Connect ไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม แต่เป็นหมุดหมายขององค์กรและบริษัทที่กำลังมองหาพื้นที่ทำงานแห่งอนาคต และยังตอกย้ำความเชื่อมั่นของ เอไอเอ ต่อตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว ผู้สนใจเช่าพื้นที่สำนักงานและร้านค้าภายในอาคาร สามารถสอบถามรายละเอียด หรือนัดหมายเข้าชมโครงการได้ที่ โทร. 02-119-1500  

15 Jul 2026


...

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพิ่มทางเลือกในการมีบ้านให้คนไทย จัดทำ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง” พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ต่อปี นานสูงสุด 2 ปี และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ยื่นขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ   ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการที่อยู่อาศัยมือสองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ธอส.จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้า จัดทำ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง” สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นทรัพย์ NPA ของ ธอส. พร้อมต่อเติมและซ่อมแซม อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% นานสูงสุด 2 ปี ปีที่ 3 เท่ากับ MRR - 3.00% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 1.05% ปีที่ 4 – 5 เท่ากับ MRR - 2.00% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR - 1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR - 0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.145% ต่อปี) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี  เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด “บ้านมือสองได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากราคา ทำเล ความคุ้มค่า และคุณภาพสอดคล้องกับรายได้ในปัจจุบันของประชาชน โดย ธอส. มีทรัพย์บ้านมือสองให้เลือกมากกว่า 10,000 รายการทั่วประเทศ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อผ่านการจัดงานประมูลแบบ Onsite และ Online รวมถึงงานมหกรรมการขายทรัพย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยและผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรก รวมถึงนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธอส. สามารถจำหน่ายบ้านมือสองได้แล้วกว่า 3,100 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 4,500 ล้านบาท” ดร.มหัทธนะ กล่าว   ผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และขอดูทรัพย์จริงหรือรับชมภาพทรัพย์ ได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือwww.ghbhomecenter.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H BANK Social Media ทุกช่องทาง  

26 Jun 2026

...

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” มอบสิทธิประโยชน์มากมายแก่ผู้ใช้งาน สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูมันนี่ในการใช้ดิจิทัลเพย์เมนท์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569” ทรูมันนี่ขับเคลื่อนกิจกรรมผ่านแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” เชิญชวนชาวไทยร่วมสนุกกับประสบการณ์การใช้จ่ายระหว่างการเดินทางในประเทศ เพียงสแกนจ่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านระบบพร้อมเพย์บนแอปทรูมันนี่ที่ร้านค้าทั่วประเทศ ก็มีสิทธิ์รับ ทรูมันนี่ คอยน์ เพิ่ม หรือเงินคืน (Cashback) และโอกาสรับรางวัลพิเศษมากมาย เพิ่มความคุ้มค่าในทุกทริป ยิ่งไปกว่านั้น ทรูมันนี่ยังสนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างเต็มรูปแบบผ่านแอปทรูมันนี่และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการนำเสนอโปรโมชันและกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อขยายการรับรู้และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด   นายกรกฤต เมฆบุญส่งลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายความสำเร็จทางธุรกิจของพันธมิตร บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ทรูมันนี่เชื่อว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มสามารถมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายใน ประเทศได้มากกว่าแค่การอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงิน ความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านโครงการ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ TrueMoney 2569’ ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายในการใช้แพลตฟอร์มของทรูมันนี่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางมากขึ้น พร้อมกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายระหว่างทริปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทั้งสะดวกและคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในยุคดิจิทัล” อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในปี 2569 ที่มุ่งเน้นแนวคิด “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าและรายได้มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิด “Amazing 5 Economy” โดยเฉพาะในมิติของ Platform Economy กับการใช้แพลตฟอร์มทางการเงินเป็นกลไกในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการใช้จ่ายได้อย่างไร้รอยต่อ โดยทรูมันนี่จะเข้ามาเป็นตัวกลางที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณค่าในอนาคต   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   นายนิธี สีแพร ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ทรูมันนี่ โดยเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล การผนึกกำลังร่วมกับทรูมันนี่ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการใช้จ่ายที่สะดวกและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวไทย พร้อมช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น” สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ “สแกนพร้อมเพย์ หมุนวงล้อมหาโชค” ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2569 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://tmn.app.link/PPWHEELPARTNER

21 Mar 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าภารกิจ “ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ประกาศจัดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) รับต้นปี 2569 คัดทรัพย์ศักยภาพดี หลากหลายทำเลทั่วประเทศ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน รวม 25 รายการ มูลค่ารวมกว่า 96 ล้านบาท พร้อมจับมือ 6 พันธมิตรธนาคารชั้นนำมอบข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษ ทั้งนี้ ใน 2569 นี้ SAM ยังคงมุ่งเน้นการเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดประมูลในครั้งนี้ได้คัดเลือกทรัพย์มือสองที่มีศักยภาพสูง ตั้งอยู่บนทำเลเด่นทั่วประเทศ มานำเสนอให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจ สำหรับทรัพย์ที่นำออกประมูลในรอบนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงโรงงานและโกดังสินค้า รวมทั้งสิ้น 25 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มทรัพย์ราคาพิเศษไม่เกิน 20 ล้านบาท จำนวน 24 รายการ และทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงกว่า 20 ล้านบาท อีก 1 รายการ นอกจากตัวทรัพย์ที่มีความโดดเด่นแล้ว SAM ยังได้จัดเตรียมโปรโมชันและสิทธิพิเศษมากมายเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุด ได้แก่ โปรโมชัน “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนไทยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” มอบค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM โดยให้ค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเงินทุน SAM ได้รับความร่วมมือจาก 6 ธนาคารพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจด้วยเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 3.1 24 70 วันนี้ -16 ก.พ. 69 23 ก.พ. 69 3.2 1 26 วันนี้ - 2 มี.ค. 69 9 มี.ค. 69 รวม 25 96     ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) HL0688 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 72.3 ตร.ว. โครงการ สราญสิริ รามอินทรา 2  ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้สำนักงานเขตคลองสามวา สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์  ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.39 ลบ.                 2) CL0117 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 28.77 ตร.ม. ชั้น 25 อาคาร A โครงการ แบงค์ คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ ถ.รัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารครบครัน ลิฟท์โดยสาร สระว่ายน้ำ รปภ. 24 ชม. กล้องวงจรปิด และบัตรเข้า-ออก  การเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า BTS ตลาดพลู ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ ตลาดพลู ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ดาวคะนอง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.17 ลบ. 3) HL0457 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 50.6 ตร.ว.  โครงการ โกลเด้นวิลเลจ อ่อนนุช-พัฒนาการ ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ใกล้วัดกระทุ่มเสือปลา สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 4) HL0221 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 385 ตร.ว.  ถ.สายแม่จัน-เชียงแสน (ทล.1016) ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายในประกอบไปด้วยบ้านไม้ชั้นเดียว บ้านพักตึกชั้นเดียว และโรงจอดรถ ใกล้วัดปางหมอปวง โรงเรียนบ้านปางหมอปวง วัดดอยจำปี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.67 ลบ.  5) SL0027 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาเจาะทะลุถึงกันทุกชั้น เนื้อที่ 42 ตร.ว.ถ.นครไทย-ชาติตระการ ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ใกล้โรงพยาบาลชาติตระการ เทศบาลตาบลป่าแดง และที่ว่าการอำเภอชาติตระการ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.63 ลบ.  6) 3A0691 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 16 ไร่ 364 ตร.ว. ถ.บ้านแก่งโตน-บ้านสงเปลือย (พช.2013) ต.นาซำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์  ทรัพย์ตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน ภายในประกอบไปด้วยบ้านพักอาศัยตึก 2 ชั้น 2 หลัง บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว โรงซ่อมบำรุง อาคารตึกชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม บ้านพักอาศัยครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว โรงจอดรถ โกดังเก็บของ อาคารเลี้ยงโคกระบือ และสำนักงานชั้นเดียว พร้อมส่วนโล่งหลังคาคลุม ใกล้วัดแก่งโตน โรงเรียนบ้านแก่งโตน โรงเรียนบ้านน้ำสร้าง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  9.8 ลบ.  7) SL0180 อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 148.9 ตร.ว. ติด ถ.สุขุมวิท (ทล.3) ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ใกล้ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ห้างแหลมทอง ระยองและห้างโฮมโปร ระยอง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  26.5 ลบ.  ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

22 Feb 2026

...

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้ ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569     ฮอนด้า ยังครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV - The EXCITING Hybrid  ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่  City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback) Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car) HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)   ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569 ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่ ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย   ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026 ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์:  www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand

21 Feb 2026

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลเป็นครั้งที่ 23 ส่งท้ายปี 2568 ให้กับผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจและผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารสำนักงาน โชว์รูม และโรงงาน/โกดัง  จำนวน 41 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 296 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 23.1 38 149 วันนี้ - 15 ธ.ค. 68 23 ธ.ค. 68 23.2   3  147    วันนี้ -  30 ธ.ค. 68            7 ม.ค. 69 รวม 41 296       ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่ออยู่อาศัย 1) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.2 ตร.ว. โครงการเศรษฐสิริ วงแหวน รามอินทรา ซ.5 ถ.รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้สำนักงานเขตคันนายาว วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.4 ลบ. 2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 63.5 ตร.ว.โครงการซีรีน พระราม 2-ท่าข้าม ถ.เลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก  ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 3) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 41.5 ตร.ว. ถ.ลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวกใกล้โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม โรงเรียนวัดลาดปลาเค้า วัดลาดปลาเค้า สถานีลาดปลาเค้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู และห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รามอินทรา ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.28 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เนื้อที่ 29.4 ตร.ว. โครงการอาร์ พี เพลส 2 ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี    ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดน้ำบางคูลัด เซ็นทรัล เวสต์เกต วัดเอนกดิษฐาราม โรงพยาบาลบางใหญ่ และโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ รัตนาธิเบศร์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.89 ลบ. ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่อการลงทุน 1) ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 4 ไร่ 44 ตร.ว. ถ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดสมรโกฏิ ห้างเซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ ท่าน้ำนนท์ และสถานีบางกระสอ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  98.48 ลบ.     2) อาคารสำนักงาน 4 ชั้นและอาคารโกดัง เนื้อที่ 249.5 ตร.ว. ถ.บูรพาใน ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ใกล้วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์-อุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 23.99 ลบ. 3) โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 11 ไร่ 335 ตร.ว. ถ.อุทัยธานี-บ้านไร่ (ทล.333) ต.หนองสรวง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ภายในประกอบด้วยบ้านพักอาศัย 2 ชั้น โกดัง 1 ชั้น 3 หลัง และบ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 3 ด้าน การคมนาคมสะดวก เชื่อมต่อกับระบบขนส่งรวดเร็วเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง ใกล้โรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ ที่ว่าการอำเภอหนองฉาง สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง เทสโก้โลตัสหนองฉาง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 24.16 ลบ.    ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.1/2568) ภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 23 ธ.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 23.2/2568) ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 ม.ค. 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

10 Dec 2025

...

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี “SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ มาเปิดประมูลให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและผู้ที่ต้องการทรัพย์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจ จำนวน 39 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 558 ลบ. อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารที่พักอาศัย ร้านอาหาร โรงงาน/โกดัง และโรงแรม/รีสอร์ท โดยมีไฮไลท์เด่นสำหรับการประมูลครั้งนี้เป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน 3 รายการ ได้แก่  โรงแรม/รีสอร์ท "บ้านพักขามเงิน" เนื้อที่ 5 ไร่ 160 ตร.ว. อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ติดถนนสายหลัก 2 ด้าน ภายในพื้นที่ประกอบด้วยร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศ จำนวน 13 หลัง  ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมสะดวก ใกล้โรงพยาบาลชะอำ โรงเรียนเทศบาล 8 สวนสนชะอำ คริสตจักรชะอำ ชายหาดชะอำ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  169.26 ลบ. ร้านอาหาร บนเนื้อที่ขนาดใหญ่ถึง 7 ไร่ 167.4 ตร.ว. ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทรัพย์สินตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดโคกสมานคุณ โรงเรียนวัดโคกสมานคุณ และตลาดกิมหยง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 193.72 ลบ.  ที่ดินเปล่ากลางเมืองเชียงราย  เนื้อที่ 11 ไร่ 269.6 ตร.ว. ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ทำเลสวย ติดถนนสายหลักถึง 3 ด้าน ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้วัดมิ่งเมือง ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย วิทยาลัยพาณิชยการเชียงราย ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 83.24 ลบ. นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันมากมาย อาทิ “SAM ฟรีโอนไม่อั้น” “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์ SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการให้บริการด้านสินเชื่อ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ตัวอย่างทรัพย์ราคาพิเศษที่น่าสนใจ 1) โรงงาน/โกดัง 7 ชั้นพร้อมดาดฟ้า เนื้อที่ 200 ตร.ว. ถ.พุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ทรัพย์ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ล้อมรอบด้วยเส้นทางสายหลัก ทั้งจุดขึ้น-ลงทางด่วน ด่านสุขสวัสดิ์ สะพานภูมิพล ถ.กาญจนาภิเษก ถ.พระราม 2 และใกล้กับศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ สวนธนบุรีรมย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 16.68 ลบ.         2) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พร้อมโรงจอดรถและศาลาพักผ่อน เนื้อที่ 115.5 ตร.ว. โครงการพรอเมนาด โฮม ธนบุรี ถ.พระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก ใกล้ตลาดรวยทรัพย์ 555 วัดเลา โรงเรียนรุ่งอรุณ และห้างโฮมโปร พระราม 2 ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.11 ลบ. 3) บ้านชั้นเดียว พร้อมอาคารโรงงาน โรงจอดรถ 2 หลัง ร้านค้า อาคารสำนักงานและอาคารพักอาศัย เนื้อที่ 1 ไร่ 90.6 ตร.ว. ถ.โพรงมะเดื่อ-บ้านไร่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และเกษตรกรรม การคมนาคมสะดวก ใกล้องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงมะเดื่อ โรงเรียนวัดโพรงมะเดื่อ วัดโพรงมะเดื่อ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.42 ลบ. 4) ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เนื้อที่ 22.4 ตร.ว. โครงการไพลิน ท่าอิฐ ถ.ท่าอิฐ-ไทรม้า (นบ.4005) ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม การคมนาคมสะดวก ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีรถไฟฟ้าบางรักน้อยท่าอิฐเพียง 1.3 กม.เท่านั้น และยังใกล้ตลาดมณียา ท่าอิฐ สำนักงานเทศบาลตำบลไทรม้า ราคาพิเศษเริ่มต้นที่  5.93 ลบ. 5) อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง เนื้อที่ 19.9 ตร.ว. ทำเลดี ติด ถ.สัจจกุล ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ห่างจากแยกสัจจกุลเพียง 600 ม. ทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย การคมนาคมสะดวก ใกล้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองหาดใหญ่ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.5 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนด โดยทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ราคาไม่เกิน 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.1/2568) ภายในวันที่ 15 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 24 ต.ค. 2568 ส่วนทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่า 20 ลบ. (ครั้งที่ 19.2/2568) ภายในวันที่ 30 ต.ค. 2568 และกำหนดเปิดซองประมูลวันที่ 7 พ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443  และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th  รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท"  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

13 Oct 2025

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อขยายการให้บริการด้านประกันภัยแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยบริการรับทำประกันภัย ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย และให้คำปรึกษาด้านประกันภัย พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2569 รับของสมนาคุณสุดคุ้ม ดังนี้ - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 4,000 บาท - ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 6,600 บาทขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน PTT Card มูลค่า 500 - 1,000 บาท - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ รับส่วนลดทันที 18% และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท - ประกันภัยรักษ์บ้าน เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher มูลค่า 500 – 2,000 บาท และเมื่อชำระเบี้ยตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป รับเพิ่ม Gift Voucher มูลค่า 200 บาท พิเศษ เมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ประเภทใดก็ได้ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ รับเพิ่มกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น จำนวน 1 ใบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2 โซนธนาคาร โทร. 08 1875 0203 หรือ LINE @bkicarestation

12 Sep 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ซึ่งธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยคงเหลือเพียง 3.50% ต่อปี แก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 - 2558 ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ และลูกหนี้กลุ่มที่ประสบปัญหาในการผ่อนชำระ จำนวนรวมกันกว่า 280,000 บัญชี โดยหลังจากที่ธนาคารประกาศเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยดังกล่าว ด้วยระยะเวลาเพียง 11 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 บัญชี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้ครูที่ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์จากธนาคารแล้ว สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา ทั้งนี้ ลูกหนี้ครู ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จะรับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 โดยยังคงชำระค่างวดในจำนวนเท่าเดิม ส่งผลให้เงินงวดสามารถนำไปตัดชำระเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยให้ยอดหนี้ลดลงและมีโอกาสปิดจบภาระหนี้ได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งจากเสียงสะท้อนของครูที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การลดภาระดอกเบี้ยช่วยให้มองเห็นเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง ที่สำคัญโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการยกหนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเร่งชำระเงินต้นและปลดภาระหนี้ด้วยกำลังของตนเอง ขณะที่ยังช่วยประคับประคองไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน และเมื่อภาระหนี้หมดลง รายได้ที่เคยต้องนำไปชำระหนี้ก็สามารถกลับมาใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯ  นอกจากกลุ่มที่มีสถานะการชำระหนี้ปกติแล้ว ลูกหนี้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. - ช.พ.ส. สามารถกลับเข้าเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน สกสค. และลงทะเบียนกับธนาคารได้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ส่วนลูกหนี้ที่จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อดำเนินการให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 และรับสิทธิ์ตามโครงการฯ ได้เช่นกัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ธนาคารออมสิน พร้อมเดินเคียงข้างครูตลอดเส้นทางการแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และมีโอกาสก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น ตามบทบาท “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

09 Sep 2026

...

กบข. เตรียมเงิน 24,950 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินกองทุนแก่สมาชิกเกษียณปีนี้ กว่า 1.6 หมื่นราย รับเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท เผยพบสมาชิกเชื่อมั่นการบริหารเงินลงทุน กบข. เพิ่มขึ้น เลือกใช้บริการออมต่อ เกือบ 9% ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ และสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ   ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 สมาชิก กบข. จะเกษียณอายุราชการจำนวน 16,233 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนให้แก่สมาชิก รวมเป็นเงินประมาณ 24,950 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมสะสมอย่างต่อเนื่องของสมาชิก รวมกับเงินสมทบจากภาครัฐ และผลตอบแทนจากการลงทุน โดยในปีนี้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการจะได้รับเงินกองทุนเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท โดยมีสมาชิกที่ได้รับเงินสูงสุดมากถึง 7.86 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอดเงินของสมาชิกแต่ละรายจะแตกต่างกันตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก เงินเดือน อัตราการออม แผนการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับ ซึ่งการที่สมาชิกเลือกอัตราการออมเพิ่ม และการเลือกแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ยอดเงินที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า ขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือ ออมต่อ มีสัดส่วนประมาณ 9% ของผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารเงินลงทุนของ กบข. และมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกปี “กบข. มุ่งมั่นดูแลเงินออมของสมาชิกให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยบริการออมต่อจะช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารเงินเกษียณได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากการมีเงินจำนวนมากไว้ในบัญชี ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพหรือการหลอกลวงทางการเงิน และ กบข. ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ออมต่อสามารถเลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ 12 ครั้งต่อปี เทียบเท่ากับสมาชิกปัจจุบัน เพื่อสร้างโอกาสให้เงินออมเติบโตต่อเนื่องหลังเกษียณ” ดร.ศรพล กล่าว   ทั้งนี้ บริการออมต่อ สมาชิกสามารถเลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ออมต่อทั้งจำนวน 2. ทยอยรับเงินเป็นงวดๆ อาทิ รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี 3. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ และ 4. ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวดๆ โดยสมาชิกที่สนใจบริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ 2 ช่องทาง คือ 1. แจ้งความประสงค์ทางระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง และ 2. แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบ กบข. รง 008/1/2555 และเลือกบริการออมต่อ ซึ่งผู้ออมต่อสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออมได้ 2 ครั้ง/ปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. LINE กบข. @gpfcommunity และศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179

08 Sep 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการประกันชีวิตไทยบนเวทีระดับโลก ด้วยการคว้า อันดับ 1 รางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award หรือรางวัลสำหรับบริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุดในโลก ในงาน 2026 MDRT Global Conference ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย เป็นผู้แทนองค์กรขึ้นรับรางวัลบนเวที Main Platform ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเอไอเอ ประเทศไทย เนื่องจากเป็นปีแรกที่มีการมอบ MDRT Company Awards บนเวที 2026 MDRT Global Conference และเอไอเอ ประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 3 บริษัทจากทั่วโลก ที่ได้รับรางวัลบนเวที Main Platform พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า อันดับ 1 ของโลก ในรางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่สามารถรักษาความสำเร็จในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT ได้อย่างยาวนาน   คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ เอไอเอ ประเทศไทย ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย รางวัลนี้สะท้อนถึงเส้นทางของตัวแทนของเรา ทั้งการเรียนรู้ การพัฒนา และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้พวกเราก้าวต่อไป เพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างสิ่งที่มีความหมายให้กับลูกค้าและสังคม และร่วมส่งมอบคุณค่าตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น” นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ยังคงครองตำแหน่ง บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT มากที่สุดในโลก เป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 16,228 คน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตในระดับสากล สำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงสร้างผลงานโดดเด่นในระดับโลก ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 3,498 คน ครอง อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 2 ของโลก พร้อมสร้างผลงานระดับนานาชาติในอีกหลายด้าน ได้แก่ อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT สุภาพสตรีมากที่สุด อันดับ 5 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Court of the Table (COT) มากที่สุด อันดับ 10 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Top of the Table (TOT) มากที่สุด อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่สามารถรักษาจำนวนผู้พิชิต MDRT จากปี 2025 ให้สามารถพิชิต MDRT ในปี 2026 ได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด อันดับ 1 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุด หรือ The Highest Membership  Longevity Overall   ความสำเร็จทั้งหมดดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการพัฒนาศักยภาพตัวแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ สร้างที่ปรึกษาทางการเงินคุณภาพ และส่งมอบการดูแลลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพสูงสุด เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนตัวแทนในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันความสำเร็จของกลุ่มบริษัทเอไอเอบนเวทีระดับโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการให้คำปรึกษาและการดูแลลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นคง สุขภาพที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’

03 Sep 2026

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner